“กบฏนายสิบ” หรือ “กบฏน้ำลาย” พังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แต่ไร้เอกสารเอาผิด

หลังการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 รัฐบาลคณะราษฎรกุมอำนาจบริหารประเทศ มีความพยายามล้มล้างรัฐบาลคณะราษฎรเพื่อฟื้นคืนระบอบเดิมโดย นายพลเอกพระองค์เจ้าบวรเดช อย่างไรก็ตาม หลวงพิบูลสงคราม ผู้นำนายทหารฝ่ายรัฐบาลสามารถปราบปรามลงได้ แต่กลุ่มปฏิปักษ์ปฏิวัติ 2475 ซึ่งผูกพันกับระบอบเดิมยังไม่สูญสลายไปไหน เพราะยังตระเตรียมและรอคอยโอกาสในการฟื้นฟูระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อยู่เสมอ

กลุ่มปฏิปักษ์ปฏิวัติบางส่วนคือนายทหารชั้นประทวนระดับ สิบตรี ถึง จ่านายสิบ คนเหล่านี้กระจายกันอยู่ทั่วทุกกองพันทหาร ถือเป็นกำลังสำคัญรองจากนายทหาร เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นล่างที่อยู่ใกล้ชิดกำลังพลที่สุด

สถานการณ์โลกในช่วงนั้น เป็นยุคของคนหนุ่มที่มีบทบาทพลิกสถานการณ์ทางการเมือง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำพรรคนาซีที่เถลิงอำนาจในเยอรมนีเคยเป็นสิบโทมาก่อน เลนินและกลุ่มผู้ฝักใฝ่สังคมนิยมโค่นล้มราชวงศ์โรมานอฟในรัสเซียได้สำเร็จ ส่วนระบอบสาธารณรัฐที่ไร้เสถียรภาพทำให้แผ่นดินจีนกลายเป็นสมรภูมิช่วงชิงอำนาจของเหล่าขุนศึก สภาวการณ์เหล่านี้มีอิทธิพลต่อกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนระบอบเก่าไม่น้อยเช่นกัน

อีกเหตุการณ์สำคัญคือการปฏิวัติที่คิวบา (Cuban Revolution) หัวหน้าขบวนการปฏิวัติมียศสิบเอกชื่อ ฟูลเกนชิโอ บาติสต้า (Fulgencio Batista) ซึ่งมาจากตระกูลชาวนา เขากับเพื่อนนายสิบอีก 5 นาย ก่อการปฏิวัติแบบสายฟ้าแลบในวันที่ 12 สิงหาคม 2476 และโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการของนายพลเกราโด มาชาโด (Gerardo Machado) บาติสต้ากับคณะนายสิบควบคุมกองทัพ เลื่อนยศเป็นเสนาธิการทหารบก จัดตั้งรัฐบาลพลเรือนโดยตัวเขาชี้นำรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง การปฏิวัติอันห้าวหาญของหกนายสิบคิวบากลายเป็นที่สนใจในประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนาทั้งหลาย รวมถึงกลุ่มนายสิบไทยที่เริ่มมีความคิดก่อการรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลคณะราษฎร

ผู้นำคณะนายสิบคือ สิบเอกสวัสดิ์ มหะหมัด มีสมาชิกกลุ่มเป็นนายทหารชั้นประทวน 21 นาย และพลเรือน 1 คน กำหนดวันก่อการของคณะนายสิบคือ วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2478 กลุ่มผู้นำรัฐบาลคณะราษฎรคือเป้าหมายหลัก เมื่อก่อการลุล่วงจึงถวายคืนราชบัลลังก์แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ซึ่งทรงสละราชสมบัติไปก่อนหน้านั้น ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2478

จากรายงานหน่วยสืบราชการลับของกองทัพบก การก่อหวอดรัฐประหารเกิดขึ้น 2 เดือนก่อนกำหนดวันก่อการ โดยเริ่มในกลุ่มนายสิบของกองพันทหารราบที่ 2 มีสิบเอกถม เกตุอำไพ เป็นหัวหน้า ซึ่งมีมิตรสหายอยู่ตามกองพันต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ

แนวคิดการก่อรัฐประหารแพร่กระจายมาสู่กองพันทหารราบที่ 3 แกนนำ คือ สิบเอกสวัสดิ์ มหะหมัด แผนการจึงแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมาถึงหน่วยทะเบียนพลในกระทรวงกลาโหม โดยสิบเอกศาสตร์ คชกุล และ กองพันทหารราบที่ 5 นำโดยสิบโทเลียบ คหินทพงศ์ การพูดคุยแต่ละครั้งจะใช้โรงอาหารและร้านค้าสวัสดิการเป็นที่ประชุม ติดต่อและวางแผนแบบปากเปล่า ไม่มีการลงลายลักษณ์อักษร แผนการรัฐประหารมาถึงกองพันทหารราบที่ 5 ซึ่งมี กองรถรบ ที่คณะนายสิบต้องใช้ในวันก่อการ สำหรับใช้ข่มขวัญและเพิ่มอำนาจการยิง

กองรถรบนี้เป็นหน่วยอารักขาส่วนตัวของพันเอกหลวงพิบูลสงคราม ดังนั้น ณ กองพันทหารราบที่ 5 นี่เองที่แผนของคณะนายสิบรั่วไหลไปถึงระดับนายทหารเข้าจนได้ และเรื่องจึงทราบถึงพันเอกหลวงพิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น แผนรั่วไหลนี้เกิดจากพลทหารที่ร่วมมือก่อการในตอนแรก เกิดความเกรงกลัวความผิด และนำแผนการรัฐประหารไปแจ้งกลุ่มนายทหาร

คณะนายสิบมีสิบเอกสวัสดิ์ มหะหมัด เป็นผู้วางแผนทั้งหมดทุกขั้นตอน สมาชิกส่วนใหญ่เป็นนายสิบจากกองพันทหารราบที่ 2 และ 3 มีกำหนดการณ์รัฐประหารเวลา 03.00 นาฬิกา ของวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2478

แผนการที่วางไว้คือ กำลังนายสิบเกือบ 200 คน จากหน่วยต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ทำการยึดอำนาจพร้อมกัน โดยจะบุกเข้ายึดกระทรวงกลาโหมและกองบัญชาการกองทัพบก และมีหน่วยคอมมานโดนายสิบอีกกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่จับตายบุคคลสำคัญ ได้แก่ พันเอกหลวงพิบูลย์สงคราม, นายพันตำรวจเอกหลวงอดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจและเป็นมือขวาหลวงพิบูลสงคราม, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี และหลวงประดิษฐมนูธรรม (นายปรีดี พนมยงค์) ส่วนพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎรและนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลที่ทุกฝ่ายให้ความเคารพ คณะนายสิบจึงไม่มีความตั้งใจจะสังหารแต่จะจับไว้เป็นตัวประกัน เว้นแต่มีการขัดขืนจึงจะจัดการขั้นเด็ดขาดต่อไป

อีกหนึ่งเป้าหมายในการก่อรัฐประหารคือปลดปล่อยนักโทษทางการเมืองทั้งหมด ตั้งแต่เกิดกบฏบวรเดช เพื่อเลือกผู้มีความสามารถในการบังคับบัญชาต่อไป จากนั้นให้ทุกกลุ่มบุกไปที่วังปารุสกวันพร้อมรถเกราะ ปืนกล ลูกระเบิด เพื่อทำการยึดทำเนียบนายกรัฐมนตรีเป็นลำดับต่อไป มีคำสั่งเด็ดขาดอีกประการคือ หากมีผู้ใดขัดขวางการรัฐประหารให้ฆ่าทิ้งทันที

จากแนวทางเหล่านี้ของคณะนายสิบ หากเกิดการรัฐประหารขึ้นจริงจะมีการนองเลือดอย่างดุเดือดแน่นอน

เวลา 12.00 นาฬิกา ของวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2478 กองพันต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้เตรียมพร้อม กองทหารยามฉุกเฉินของกองพัน 2, 3 และ 5 รับคำสั่งติดดาบปลายปืนและเข้าจับกุมนายสิบตามบัญชีลับที่มีรายชื่อทันที ทุกคนที่ร่วมก่อการจึงสิ้นอิสรภาพ แผนการรัฐประหารทั้งหมดจึงล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่มปฏิบัติการ คณะนายสิบถูกถูกตั้งข้อหากบฏในพระราชอาณาจักรและก่อกำเริบให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย

หลวงพิบูลสงคราม (จอมพล ป. พิบูลสงคราม)
คำพิพากษาของศาลพิเศษออกมาในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2478 ให้ประหารชีวิตสิบเอกสวัสดิ์ มหะหมัด เพราะไม่ยอมรับข้อกล่าวหา เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ มีเพียงพยานเท่านั้น สวัสดิ์ มหะหมัด ยังเป็นนักโทษคนแรกที่เปลี่ยนมาจากการตัดคอเป็นการยิงเป้าตามกฎหมายใหม่ ส่วนนายสิบระดับผู้นำคนอื่น ๆ ถูกจำคุกตลอดชีวิต มีบางคนที่ได้รับการอภัยโทษ บางคนถูกจำคุก 20 ปี โดยมีพลเรือนคนเดียวในกลุ่มผู้ก่อการคือ นายนุ่ม ณ พัทลุง ถูกจำคุก 16 ปี

การกบฏครั้งนี้ยังมีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า กบฏน้ำลาย เนื่องจากรัฐบาลไม่มีหลักฐานเพียงพอในการเอาผิดคณะนายสิบ เพราะไม่ปรากฏเอกสารหรือรายงานการประชุมใด ๆ ในการเอาผิดเลยนอกจากพยานบุคคลและข้อมูลจากหน่วยสืบของกองทัพ แต่ด้วยอำนาจศาลพิเศษที่จัดตั้งเพื่อพิจารณาและตัดสินความในครั้งนี้ (ศาลนี้ไม่มีทนาย ไม่มีอุทธรณ์ ไม่มีฎีกา รัฐบาลตั้งผู้พิพากษาได้ตามใจ) ทำให้ไม่มีกลุ่มการเมืองใด ๆ มีพลังพอจะขัดขวางหรือโต้แย้งรัฐบาลได้
อ้างอิง :

จุฑามาศ และ รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. (2561). กบฏนายสิบ. สถาบันพระปกเกล้า (ออนไลน์).

นายหนหวย. (2543). กบฏนายสิบ 2478. กรุงเทพฯ: มติชน.

โรม บุนนาค. (2549) คู่มือรัฐประหาร. กรุงเทพฯ : สยามบันทึก

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 สิงหาคม 2565

Source: https://www.silpa-mag.com/

Related Posts

“อีคนสามแยก” คำด่าตกรุ่นที่วันนี้ คนโดนด่าอาจไม่เข้าใจและไม่เจ็บเท่าที่ควร

ภาพประกอบบทความ จาก “อนุสรณ์ครอบรอบ 100 ปี ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม 14 กรกฎาคม 2540” พูดถึงคำ “สามแยก” แล้ว ในสมัยนี้อาจมีปัญหาว่า “สามแยกไหน” เพราะเดี๋ยวนี้มันมีเยอะเหลือเกิน สามแยกเกษตร, สามแยกท่าพระ, สามแยกไฟฉาย ฯลฯ. แต่แต่ก่อนนี้ไม่มีหรอกครับ เพราะมันมีสามแยกเดียว คือสามแยกตรงหน้าโรงหนังนิวโอเดียน หรือที่เรียกกันในภายหลังนี้ว่า “สามแยกเฉลิมบุรี”…

จุดกำเนิด “ศาลสถิตยุติธรรม” และ “หอนาฬิกา” จุดสูงที่สุดในกรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 5

…ว่าด้วยการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง ศาลสถิตยุติธรรม เพราะมีพระราชประสงค์ฉลองพระนครที่ครบรอบ 100 ปี และต้องการรวบรวมศาลต่างๆ ในพระนคร และเก็บรวบรวมพระราชกำหนด กฎหมายไว้ที่เดียวกัน เพื่อมิให้ต่างชาติมาอ้างผลประโยชน์ในข้อนี้ได้ รวมทั้งเพื่อให้ง่ายต่อการสอบสวนของศาลเองอีกด้วย การก่อสร้างศาลสถิตยุติธรรม รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) สมุหพระกลาโหม เป็นแม่กอง โจอาคิม แกรซี (Joachim…

“กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย” โรงเรียนมิชชันนารีชายแห่งแรกของสยาม

  อาคารเรียนชุดแรกจำนวน 3 หลังของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ที่ถนนประมวญ โดยชั้นล่างจะเป็นห้องเรียนและสำนักงาน ส่วนชั้นบนจะเป็นที่พักครูใหญ่ ครูต่างประเทศและครูไทย การเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในเมืองไทยนั้นมีจุดเริ่มต้นมาตั้งในในสมัยอยุธยา โดยกลุ่มที่เข้ามาในช่วงแรกนั้นเป็นเป็นบาทหลวงชาวโปรตุเกสและชาวฝรั่งเศสซึ่งนับถือศาสนานิกายโรมันคาทอลิก หรือที่คนไทยเรียกว่า “คริสตัง” จากนั้น ในช่วงต้นรัชกาลที่ 3 คณะมิชชันนารีชาวอเมริกาได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ หรือที่คนไทยเรียกว่า “คริสเตียน” ให้กับคนไทย ในกลุ่มคณะมิชชันนารีกลุ่มนี้ พบว่ามีมิชันนารีบางคนที่จบการศึกษาวิชาการแพทย์รวมอยู่ด้วย ดังนั้น นอกจากการเผยแผ่ศาสนาแล้วก็ยังได้นำการแพทย์แผนตะวันตกเข้ามารักษาชาวบ้าน มีการแจกยาและแจกคัมภีร์ไปพร้อม ๆ กัน ทำให้ต่อมาชาวบ้านต่างเรียกขานมิชชันนารีกลุ่มนี้ว่า “หมอศาสนา” ใน พ.ศ. 2378…

เมื่อพระยาพหลฯ ปฏิเสธตำแหน่ง “นายกฯ” ทำไมเป็นเช่นนั้น?!?

เมื่อพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ลาออกจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เจ้าพระยาพิชัยญาติประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กราบบังคมทูลว่านายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้ที่ควรดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงเห็นชอบด้วย และทรงเชื่อมั่นว่าพระยาพหลพลพยุหเสนามีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด เมื่อปี พ.ศ. 2477 มีการเปลี่ยนตําแหน่งรัฐมนตรีหลายท่าน เช่น ให้พระสารสาสน์ประพันธ์พ้นจากตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการไปดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ และให้นายนาวาเอก หลวงสินธุสงครามชัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ เมื่อนําเรื่องเข้าขอความไว้วางใจต่อสภา ปรากฏว่ามีสมาชิกทักท้วงว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งไม่มีความชํานาญงานหรือไม่มีความรู้เรื่องงานในกระทรวงที่ได้รับแต่งตั้ง แต่นายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงเพียงสั้นๆ ผู้ทักท้วงก็เข้าใจ นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า พระยาพหลพลพยุหเสนา “ตามที่สมาชิกชี้แจงมาเมื่อกี้นี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าท่านยังเข้าใจผิด ในเรื่องการเมืองอีกมาก ด้วยเหตุไร คือการเป็นรัฐมนตรีว่าการหาใช่เอาเอ็กซเปิตในทางวิชาการความรู้เฉพาะสิ่งเฉพาะอย่าง…

“กราบเจ้าป้าลงกับพื้นเถิด” นัยของวาทะกรมพระยาดำรงฯ ต่อพระธิดา ครั้งเฝ้าเจ้าดารารัศมี

(ซ้าย) เจ้าดารารัศมี (ขวา) สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อครั้งหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไปเฝ้าพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ที่เมืองเชียงใหม่ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีพระดำรัสว่า “…กราบเจ้าป้าลงกับพื้นเถิดลูก เพราะไม่มีสิ่งใดที่ควรจะรังเกียจ แม้กำเนิดท่านก็เกิดมาในเศวตฉัตรเหมือนกัน…” ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย นักเขียนและคอลัมนิสต์ในนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม วิเคราะห์ว่า พระดำรัสนี้มีนัยบางประการที่แสดงถึงความรู้สึกของคนกรุงเทพฯ ต่อคนเมืองเหนือในช่วงเวลาที่อาณาจักรล้านนาอยู่ในสถานะประเทศราชของสยาม กษัตริย์ล้านนาเวลานั้นยอมรับอำนาจของสยามโดยมีหน้าที่ช่วยป้องกันราชอาณาเขตสยาม ถวายเครื่องราชบรรณาการทุก 3 ปี และส่งส่วยตามที่สยามมีประสงค์ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา อาณาจักรล้านนาบางครั้งตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า…

“ไข้หวัดใหญ่สเปน” ระบาด 100 ปีก่อน สมัยร.6 ผู้ป่วยเสียชีวิต 20-40 ล้านคน

ทหารจาก Fort Riley, Kansas ป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่สเปน เมื่อปี ค.ศ.1918/ พ.ศ. 2461 ที่หอผู้ป่วยที่ Camp Funston (ภาพจาก Otis Historical Archives Nat’l Museum of Health & Medicine) ภาพจาก Jacopo Werther (CC BY…

Leave a Reply

Your email address will not be published.