เมื่อนักเรียนไทยในรัสเซีย พบกับ “วลาดีมีร์ เลนิน”

หลังเกิดการปฏิวัติซ้อนในรัสเซียในปี ค.ศ. 1917/พ.ศ. 2460 ซึ่งนำโดย “วลาดีมีร์ เลนิน” ทำให้สถานการณ์ในประเทศรัสเซียในช่วงแรกเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย บ้านเมืองระส่ำระสาย ส่งผลให้รัฐบาลสยามตัดสินใจส่ง “นักเรียนไทย” ที่ไปศึกษาวิชาการทหารที่นั่นกลับประเทศ

พระยาวิศาลพจนกิจ อัครราชทูตไทยประจำกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิก จึงแบ่งนักเรียนไทยกลับเป็น 2 ชุด ชุดแรกมี 6 คน คือ 1. ม.ร.ว. เสวตวงศ์ วัชรีวงศ์ (ต่อมาเป็น พล.ต.ต. หลวงเสนีย์รณยุทธ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร) 2. พ.อ. ม.จ. นิวัทธวงศ์ เกษมสันต์ 3. นายฟ้อน ฤทธาคนี (ภายหลังเป็นพลตรี หลวงยอดอาวุธ และเป็นอัครราชทูตประเทศเสปน) 4. พ.ต.อ. ม.จ. สุระวุฒิประวัติ เทวกุล (ภายหลังเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย ข้าราชการชั้นพิเศษ) 5. ม.จ. เฉลิมศรีสวัสดิวัฒน์ สวัสดิวัฒน์ และ 6. ม.จ. อนันตนรไชย เทวกุล

ชุดที่ 2 มี 3 คน คือ 1. นายเทพ ภูมิรัตน์ (ภายหลังเป็นนายพันเอก หลวงอนุมานเมธนี ประจำกรมแผนที่) 2. ม.จ. ลักษณเลิศ ชยางกูร และ 3. ม.จ. นิกรเทวัญ เทวกุล

นักเรียนไทยในรัสเซีย หม่อมเจ้า สุระวุฒิประวัติ เทวกุล ประทับยืนที่ 2 จากซ้าย
จากนั้น สถานทูตได้นำนักเรียนไทยชุดแรกไปทำวีซ่าขอออกนอกประเทศ ที่กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย บังเอิญ วลาดีมีร์ เลนิน ได้เข้ามาทำการที่กระทรวงพอดี นักเรียนไทยเหล่านั้นจึงมีโอกาสเข้าพบผู้นำรัสเซียคนใหม่โดยไม่คาดคิดมาก่อน

เรื่องนี้ พ.ต.อ. ม.จ. สุระวุฒิประวัติ เทวกุล หนึ่งในนักเรียนไทยที่ได้พบ วลาดีมีร์ เลนิน เล่าไว้ดังนี้

“นอกจากนี้ก็จัดทำพาสปอร์ตดิบโพลแมทติคให้ และจัดให้ข้าราชการสถานทูตคนหนึ่ง (ดูเหมือนจะเป็นพระลีปกรณ์โกศล เลขานุการเอกของสถานทูต) พาพวกข้าพเจ้าไปทำวีซ่ากับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศรุสเซีย เมื่อไปถึงกระทรวงการต่างประเทศ (เป็นตึกเก่า ๆ ไม่ใหญ่โตนัก) แต่มีการป้องกันภัยแข็งแรง คือมีปืนกลหนักตั้งอยู่ตรง 2 ข้างประตูที่มีทางเดินเข้าไปภายใน บรรจุสายกระสุนปืนพร้อม และมีพลยิง พลกระสุนนั่งกำกับอยู่พร้อมที่จะยิ่งได้เสมอ ทำให้ผู้ที่จะเข้าไปยังสถานที่นั้นรู้สึกเกรงขามและหวาดเสียว

นอกจากนี้ยังมีทหารสะพายปืนเดินไปมาอยู่รอบตึก ทั้งนี้เพราะขณะนั้นกำลังอยู่ระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อ นายเลนนินกับพวกพึ่งยึดอำนาจได้ประมาณ 4-5 เดือน เมื่อเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ที่จะทำวีซ่าขอออกนอกประเทศ ผู้นั้นก็แจ้งให้ทราบว่า ให้ทุกคนเข้าไปพบกับนายเลนนินเอง เพราะนายเลนนินกำลังมาบัญชางานอยู่ที่นั่น และต้องการจะเห็นหน้าตาพวกเราทุกคน แล้วเจ้าหน้าที่คนนั้นก็พาพวกเราเข้าไปพบนายเลนนิน

เห็นนายเลนนินนั่งอยู่ในห้องค่อนข้างใหญ่และโอ่โถง นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวใหญ่บนเก้าอี้นวมมีพนักพิงตัวใหญ่ ในนิ้วก้อยหรือนิ้วนางมือข้างขวาสวมแหวนนิลเม็ดเขื่องล้อมเพชร มีผู้กล่าวกันว่าเป็นแหวนที่พระเจ้าซาร์เคยทรงอยู่ที่นิ้วพระหัตถ์ แต่งกายสากลโอ่อ่าเรียบร้อยแต่หน้าตาเคร่งขรึม เมื่อเจ้าหน้าที่สถานทูตของเราแจ้งให้ทราบถึงความประสงค์ที่เรามาแล้ว นายเลนนินก็เรียกพวกเราเข้าไปพบทีละคน แล้วก็ลงนามในใบพาสปอร์ตให้ ไม่เห็นพูดจาไต่ถามอะไร เป็นแต่มองดูหน้าและรูปในพาสปอร์ต เสร็จแล้วพวกเราก็ลากันกลับ…”

จากนั้น นักเรียนไทยออกเดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิก ผ่านมอสโก และไซบีเรีย มุ่งหน้าวลาดีวอสตอก เมืองท่าชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ดินแดนอีกซีกโลกหนึ่งของรัสเซีย แต่นักเรียนไทยเปลี่ยนใจลงที่สถานีฮาร์บินก่อน ด้วยประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จากนั้นผ่านเข้าไปยังเมืองมุกเด็น ในแมนจูเรีย เมืองเทียนจิน กรุงปังกิ่ง เมืองเซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง ตามลำดับ แล้วจึงโดยสารด้วยเรือต่อมายังสิงคโปร์ และกลับมาถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

หม่อมเจ้า สุระวุฒิประวัติ เทวกุล นักเรียนไทยในรัสเซีย
อ้างอิง :

สุระวุฒิประวัติ เทวกุล, หม่อมเจ้า. นิพนธ์เรื่อง การปฏิวัติในรัสเซียเมื่อสงครามโลก ครั้งที่ 1, พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พันตำรวจเอก หม่อมเจ้าสุระวุฒิประวัติ เทวกุล ท.ม., ต.ช. ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 20 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2517, (โรงพิมพ์ส่วนท้องถิ่น, 2517)

Source: https://www.silpa-mag.com/

Related Posts

“ปาลเลอกัวซ์” พระอาจารย์ของ “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ผู้กระชับความสัมพันธ์สยาม-ตะวันตก

ภาพนักแสดงปาลเลอกัวซ์ ในภาพยนต์บุพเพสันนิวาส ๒ (ภาพจาก youtube เถลิงเปิดตัว แถลงข่าว กลางกรุง | บุพเพสันนิวาส ๒ GDH) การแสวงหาอาณานิคมที่รุนแรงมากขึ้น เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนช่วงศตวรรษที่ 19 ตรงกับในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) จึงจะสังเกตได้ว่านับตั้งแต่รัชกาลที่ 2 เป็นต้นมา ทัศนคติของชาวไทยได้เกิดความหวาดระแวงต่อชาติตะวันตกที่รุนแรงมากขึ้น ดังจะเห็นความขัดแย้งระหว่างมิชชันนารีกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ที่มีผลให้ให้มิชชันนารีถูกขับออกนอกประเทศ การล่าอาณานิคมและเผยแพร่ศาสนาคริสต์ของชาวตะวันตกได้ทำให้พระเจ้าแผ่นดินในช่วงต้นรัตนโกสินทร์เริ่มเห็นความสําคัญที่จะพัฒนาประเทศให้มีความทัดเทียมกับชาติตะวันตก เพื่อที่จะไม่ให้ชาติตะวันตกใช้ข้ออ้างว่าจะนำพาประเทศที่ล้าหลังไปสู่ความเจริญ การปรับปรุงประเทศเริ่มมีขึ้นอย่างจริงจังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่…

บันทึกชาวบ้านฉบับฝรั่ง เล่าปัญหาครอบครัวที่ทำให้ พระมหาธรรมราชา เข้าหา “หงสาวดี”

เจดีย์ชเวมอดอ ศาสนาสถานสำคัญแห่งพะโค หรือกรุงหงสาวดีในอดีต ภาพถ่ายวันที่ 14 พฤศจิกายน 2012 ( AFP PHOTO / NICOLAS ASFOURI) ขุนพิเรนทรเทพ หรือ พระมหาธรรมราชา พระราชบิดาของพระนเรศวร ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญมากในการล้มอำนาจกลุ่มของแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์และขุนวรวงศา ทำให้พระเทียรราชาได้ก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาแทน เพื่อเป็นการตอบแทนความดีความชอบ พระเทียรราชาจึงทรงตั้งขุนพิเรนทรเทพเป็นพระมหาธรรมราชาครองเมืองพิษณุโลก พร้อมยกพระสวัสดิราชธิดา พระธิดาของพระองค์ให้เป็นพระวิสุทธิกษัตรีย์มเหสีแห่งพิษณุโลกด้วย นับเป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับหัวเมืองฝ่ายเหนือที่กรุงศรีฯ ต้องใช้กำลังภายในเยอะในการควบคุมมาโดยตลอด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีฯ กับพิษณุโลกก็มิได้ราบรื่นตลอดรอดฝั่ง สาเหตุจริงๆ คงประกอบด้วยปัจจัยหลายๆ ประการทั้งเรื่องของการเมือง ความสัมพันธ์ส่วนตัว และการถ่วงดุลเพื่อรักษาฐานอำนาจให้มั่นคง เมื่อพิษณุโลกต้องถูกคุกคามจากอาณาจักรที่ใหญ่กว่าอยู่หลายครั้ง…

2 ตุลาคม 2432 วันประสูติพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี พระราชธิดาเจ้าดารารัศมี

พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี (วิ-มน-นาก-นะ-พี-สี) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประสูติแต่เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ประสูติเมื่อวันพุธ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2432 เป็นพระราชบุตรีองค์ที่ 73 ในรัชกาลที่ 5 ย้อนไปเมื่อ พ.ศ. 2429…

คนโคราชไม่ใช่ “ลาว” แล้วคนโคราชเป็นใคร? มาจากไหน?

นครราชสีมาหรือโคราช อยู่ต้นลําน้ำมูลในอีสาน เป็นบ้านเมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เริ่มด้วยมีชุมชนหมู่บ้านเก่าแก่อยู่ที่บ้านปราสาท (ตําบลธารปราสาท อําเภอโนนสูง) และบ้านโนนวัด (ตําบลพลสงคราม อําเภอโนนสูง) กับมีแหล่งภาพเขียนสียุคดึกดําบรรพ์อยู่ที่ถ้ำเขาจันทน์งาม (บ้านเลิศสวัสดิ์ ตําบลลาดบัวขาว อําเภอสีคิ้ว) ทั้งสองแห่งมีอายุประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว ล้วนเป็นหลักฐานมั่นคงว่า ชุมชนเหล่านี้มีพัฒนาการตั้งแต่ 3,000 ปีแล้ว แล้วสืบเนื่องถึงปัจจุบันไม่ขาดสาย (ดังมีรายงานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด ตําบลพลสงคราม อําเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ของรัชนี ทศรัตน์…

“กรรณะ” วีรบุรุษฝ่ายอธรรม คู่ปรับอรชุนผู้ถูกกีดกันจากชาติกำเนิดในศึกมหาภารตะ

ภาพวาด กรรณะ ในห้วงศึกมหาสงคราม ณ ทุ่งกุรุเกษตร จากมหาภารตะ หลายคนคงจะได้ยินชื่อมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของอินเดียอย่าง “มหาภารตะ” มาไม่มากก็น้อย หากใครติดตามเรื่องราวมหากาพย์ขนาดยาวเรื่องนี้อย่างแท้จริงจะพบว่ามีเรื่องราวให้ศึกษาต่างๆ มากมายทั้งวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ รวมถึงปรัชญาการใช้ชีวิต และจิตวิญญาณ ฯลฯ นอกเหนือไปจากมหาสงครามที่ห้ำหั่นกัน ระหว่างสองพี่น้อง ตระกูลเการพ (กุรุ) และปาณฑพ (ปาณฑุ) ณ ทุ่งกุรุเกษตร มหาสงครามที่ว่านี้สร้างความหายนะแก่ดินแดนชมพูทวีปอย่างมหาศาล เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ฝากชื่อเสียงของ 5 พี่น้องตระกูลปาณฑพ ในฐานะวีรบุรุษ ที่สามารถเอาชนะพี่น้องตระกูลเการพลงได้ ยอดนักรบที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดคงจะได้แก่ “อรชุน” นักแม้นธนูมือฉมังของฝ่ายปาณฑพ ส่วนตัวผมเองนั้นได้ยินชื่อมหากาพย์นี้มาตั้งนานแล้ว จนกระทั่งได้มาอ่านฉบับที่ อ.กรุณา…

“พระแก้วมรกต” ในพระราชวังหลวงที่พนมเปญต่างกับไทยไหม วัสดุในพระวิหารมูลค่าเท่าใด

วัดพระแก้วมรกต ในพระบรมราชวังจตุมุขมงคล กัมพูชา (ภาพจากหนังสือ “เขมรสมัยหลังพระนคร”)พระบรมราชวังจตุมุขมงคล กรุงพนมเปญ กัมพูชา มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง ในบรรดารายชื่อนี้มี “วัดพระแก้วมรกต” หรือ “วัดอุโบสถรตนาราม” เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในพระราชวัง ซึ่งมีพระพุทธรูป “พระแก้วมรกต” ประดิษฐานบนบุษบก เมืองพนมเปญ (หรือชื่อเก่าว่า “เมืองจตุมุข”) เป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ของกัมพูชา สมัยก่อนมีเจ้าพญายาตและกษัตริย์องค์ต่อมาใช้เมืองนี้เป็นราชธานี ขณะที่พระราชวังจตุมุขมงคลนี้สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2408 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้านโรดิมบรมรามเทวาวตาร (ครองราชย์ พ.ศ. 2403-2447) และปรับปรุงเปลี่ยนหลายครั้งในเวลาต่อมา รศ.ดร. ศานติ ภักดีคำ อธิบายในหนังสือ “เขมรสมัยหลังพระนคร” ว่า ปีนั้นเป็นปีที่สมเด็จพระนโรดมเริ่มเสด็จมาประทับที่พระราชวังพัก…

Leave a Reply

Your email address will not be published.