กรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 1 ผ่านฟ้าเปลี่ยวสุด พญาไทมีโขลงช้าง

บริเวณ “ผ่านฟ้า” ช่วงปลายรัชกาลที่ 4

ผู้เขียน คนไกล วงนอก
เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ.2565

ผ่านฟ้า วันนี้เป็นแหล่งชุมชน ที่มีวัดวาอาราม, หน่วยงานราชการ, บ้านเรือนประชาชน, ร้านอาหารเจ้าอร่อย ฯลฯ และรถติด แต่ย้อนไปนับตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ขึ้นไป ผ่านฟ้าเป็นย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่เรียกว่า “เปลี่ยว”

ที่ว่า “เปลี่ยว” นั้นเปลี่ยวขนาดไหนมาดูกัน

สมัยรัชกาลที่ 5 ยังไม่ได้สร้างถนนราชดำเนิน และยังไม่มีสะพานผ่านฟ้าลีลาศที่จะข้ามคลองบางลำภูหรือคลองรอบกรุง ด้านในกำแพงพระนครใกล้ๆ กับป้อมมหากาฬ มีบ้านเรือนประชาชนอยู่เพียงไม่กี่หลังคาเรือน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นร่องสวน ส่วนด้านนอกกำแพงก็ยิ่งเปลี่ยวหนักเข้าไปอีก มีสภาพไม่ต่างกับชนบท มีบ้านเพียงไม่กี่หลังบริเวณริมคลองตรงข้ามกับป้อมมหากาฬ

ถ้าถอยกลับไปสมัยรัชกาลที่ 1 ผ่านฟ้าไม่ใช่แค่เปลี่ยวธรรมดา แต่ต้องเรียกว่าเปลี่ยวสุดๆๆ

สมัยรัชกาลที่ 1 กำแพงพระนคร, คลองรอบกรุง อย่างคลองโอ่งอ่าง คลองบางลำพู รวมถึงคลองมหานาค เพิ่งจะสร้างและขุด บริเวณนี้จึงมีแต่ป้อมกำแพงพระนครอย่างเดียวที่ตั้งอยู่ แม้แต่วัดสระเกศก็ยังไม่มีพระเจดีย์ภูเขาทอง เพิ่งมาสร้างในสมัยหลัง (รัชกาลที่ 3) พื้นที่ห่างจากกำแพงพระนครเพียงไม่ไกลนักมีสภาพเป็นป่าดง เช่น บริเวณทุ่งพญาไทขณะนั้น เป็นดงใหญ่มีสัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่ เช่น โขลงช้าง, ฝูงลิง, หมูป่า, กวาง ฯลฯ

ทว่าด้วยสภาพสังคมขณะนั้นแม้จะ “เปลี่ยว” ขนาดไหนคาดว่าคงยังไม่ถึงขั้นวิ่งราวชิงทรัพย์ แต่ก็มีเหตุระทึกขวัญ อย่าง “จระเข้คาบคน”

คนที่ถูกจระเข้คาบไปคือ นายทองอยู่ บุตรชายคนโตของพระยาพิทักษ์สาลี ขุนนางวังหน้า (ขณะนั้นรัชกาลที่ 2 ทรงเป็นวังหน้า) มีบ้านอยู่ที่บ้านสนามควาย ตำบลคลองบางลำภู (บริเวณสะพานมหาดไทยอุทิศปัจจุบัน) ซึ่งใน “ประวัติตระกูล 3 ตระกูล” บันทึกว่า

“พระยาพิทักษ์สาลีได้นำนายทองอยู่ถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ทรงโปรดปรานให้ฝึกหัดเป็นตัวพระราม พออายุครบอุปสมบทก็ทูลลาอุปสมบทแล้วมาจัดการบ้านเรือน และปลูกปะรำดาผ้ากว่าจะแล้วเสร็จเป็นเวลา 5 ทุ่มเศษ ก็ชวนบ่าวไพร่ที่ช่วยทำงานลงอาบน้ำที่ท่าบ้าน ทันใดนั้นจระเข้ก็คาบเอานายทองอยู่ไป

พวกบ่าวที่ลงอาบน้ำกับนายทองอยู่…มาเรียนพระยาพิทักษ์ๆ ก็รีบนำความกราบบังคมทูลพระเลิศหล้าฯ ก็ดำรัสสั่งให้ปิดปากคลองบางลำภูเร็ว ถ้าได้ความประการใด ก็ให้มารายงานได้ทุกเวลา

ขณะเมื่อจระเข้คาบนายทองอยู่ไปนั้น นายทองอยู่ได้จับขี้หมามันบิดและบีบแน่น คิดถึงการบวชและภาวนาพระอรหังเป็นที่พึ่ง มันก็ว่ายทู่ตามผิวน้ำจมไม่ลง พอไปถึงหน้าวัดบางลำภู มันก็วาง [นายทองอยู่] ลงที่ชายเลน พอ [นายทองอยู่] ขยับจะหนีมันๆ ก็เข้าคาบไว้อีก จึงทำนิ่งไม่กระตุกกระติก มันก็วางไว้ดั่งก่อน แล้วมันก็ถอยห่างออกไปประมาณวาเศษ [นายทองอยู่] เสือกตัวถีบขึ้นตลิ่งได้ ประมาณ 6 ทุ่มเศษ [เที่ยงคืนเศษ] ต้องเดินเปลือยกายมาแต่หน้าวัดบางลำภูจนถึงบ้าน

เมื่อพระยาพิทักษ์สาลีกลับจากการปิดคลองบางลำภูถึงบ้าน เห็นหมดหวัง พอจะเข้าเรือนนอน จึงให้สาวใช้ไปปิดประตูนอกชาน ทันใดนั้นสาวใช้ก็ตกใจวุ้ยว้าย ร้องบอกว่า ปีศาจพ่อทองอยู่มายืนนิ่งอยู่นี่แน่เจ้าข้า ทันใดนั้น พระยาพิทักษ์ก็ออกไปดู เห็นลูกก็เข้าประคองกอดพาขึ้นเรือน ล้างโคลนเลนเลือดฝาด แล้วก็เอาผ้าขาวผูกพันบาดแผลไว้ ก็รีบเข้าไปกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ จึงดำรัสสั่งแพทย์ที่อยู่เวรให้รีบไปช่วยรักษาโดยเร็ว แก้ไขให้พูดได้จะได้รู้เรื่องกัน…

หมอก็จัดการทำบาดแผล ใส่น้ำมัน ผูกพันผ้าไว้เรียบร้อยแล้ว เวลา 9 ทุ่มเศษ [ตี 3 เศษ] ก็พอพูดได้บ้างเล็กน้อย พอรุ่งเช้า ก็เล่าเรื่องจระเข้คาบพาไปได้ดี พระยาพิทักษ์ต้องไปกราบบังคมทูลรายการ ให้ทรงทราบเสมอ ประมาณเดือนเศษ แผลก็หายเป็นปรกติ ก็เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลลาอุปสมบทอีก

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทาน เงิน 4 ชั่ง ผ้า 4 สำรับ ดำรัสว่าเงินนั้นช่วยบวชเป็นการบุญ ส่วนผ้านั้นให้เอาไว้ใช้เมื่อลาสิกขาบท แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานนามให้ใหม่ ให้ชื่อนายสมบูรณ์ อ้ายทองอยู่นั้น จระเข้มันกล้องเจ้าปางตาย ดำรัสเท่านั้นแล้วก็คืนเข้าข้างใน ก็กลับบ้านจัดการอุปสมบท ณ ที่วัดสระเกศข้างบ้านนั้นเอง”

 

ข้อมูลจาก

เทพชู ทับทอง. กรุงเทพฯ แห่งความหลัง, ห้างหุ้นส่วนจำกัด อักษรบัณฑิต, ไม่ระบุปีที่พิมพ์

ประวัติตระกูล 3 ตระกูล และลิลิตสกุณชาดก พิมพ์ในการฌาปนกิจศพ ท่านฟุ้ง ฤทธาคนี ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 29 มกราคม 2502

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 มกราคม 2564

Source: https://www.silpa-mag.com/history/article_75845

Related Posts

“ปาลเลอกัวซ์” พระอาจารย์ของ “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ผู้กระชับความสัมพันธ์สยาม-ตะวันตก

ภาพนักแสดงปาลเลอกัวซ์ ในภาพยนต์บุพเพสันนิวาส ๒ (ภาพจาก youtube เถลิงเปิดตัว แถลงข่าว กลางกรุง | บุพเพสันนิวาส ๒ GDH) การแสวงหาอาณานิคมที่รุนแรงมากขึ้น เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนช่วงศตวรรษที่ 19 ตรงกับในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) จึงจะสังเกตได้ว่านับตั้งแต่รัชกาลที่ 2 เป็นต้นมา ทัศนคติของชาวไทยได้เกิดความหวาดระแวงต่อชาติตะวันตกที่รุนแรงมากขึ้น ดังจะเห็นความขัดแย้งระหว่างมิชชันนารีกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ที่มีผลให้ให้มิชชันนารีถูกขับออกนอกประเทศ การล่าอาณานิคมและเผยแพร่ศาสนาคริสต์ของชาวตะวันตกได้ทำให้พระเจ้าแผ่นดินในช่วงต้นรัตนโกสินทร์เริ่มเห็นความสําคัญที่จะพัฒนาประเทศให้มีความทัดเทียมกับชาติตะวันตก เพื่อที่จะไม่ให้ชาติตะวันตกใช้ข้ออ้างว่าจะนำพาประเทศที่ล้าหลังไปสู่ความเจริญ การปรับปรุงประเทศเริ่มมีขึ้นอย่างจริงจังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่…

บันทึกชาวบ้านฉบับฝรั่ง เล่าปัญหาครอบครัวที่ทำให้ พระมหาธรรมราชา เข้าหา “หงสาวดี”

เจดีย์ชเวมอดอ ศาสนาสถานสำคัญแห่งพะโค หรือกรุงหงสาวดีในอดีต ภาพถ่ายวันที่ 14 พฤศจิกายน 2012 ( AFP PHOTO / NICOLAS ASFOURI) ขุนพิเรนทรเทพ หรือ พระมหาธรรมราชา พระราชบิดาของพระนเรศวร ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญมากในการล้มอำนาจกลุ่มของแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์และขุนวรวงศา ทำให้พระเทียรราชาได้ก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาแทน เพื่อเป็นการตอบแทนความดีความชอบ พระเทียรราชาจึงทรงตั้งขุนพิเรนทรเทพเป็นพระมหาธรรมราชาครองเมืองพิษณุโลก พร้อมยกพระสวัสดิราชธิดา พระธิดาของพระองค์ให้เป็นพระวิสุทธิกษัตรีย์มเหสีแห่งพิษณุโลกด้วย นับเป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับหัวเมืองฝ่ายเหนือที่กรุงศรีฯ ต้องใช้กำลังภายในเยอะในการควบคุมมาโดยตลอด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีฯ กับพิษณุโลกก็มิได้ราบรื่นตลอดรอดฝั่ง สาเหตุจริงๆ คงประกอบด้วยปัจจัยหลายๆ ประการทั้งเรื่องของการเมือง ความสัมพันธ์ส่วนตัว และการถ่วงดุลเพื่อรักษาฐานอำนาจให้มั่นคง เมื่อพิษณุโลกต้องถูกคุกคามจากอาณาจักรที่ใหญ่กว่าอยู่หลายครั้ง…

2 ตุลาคม 2432 วันประสูติพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี พระราชธิดาเจ้าดารารัศมี

พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี (วิ-มน-นาก-นะ-พี-สี) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประสูติแต่เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ประสูติเมื่อวันพุธ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2432 เป็นพระราชบุตรีองค์ที่ 73 ในรัชกาลที่ 5 ย้อนไปเมื่อ พ.ศ. 2429…

คนโคราชไม่ใช่ “ลาว” แล้วคนโคราชเป็นใคร? มาจากไหน?

นครราชสีมาหรือโคราช อยู่ต้นลําน้ำมูลในอีสาน เป็นบ้านเมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เริ่มด้วยมีชุมชนหมู่บ้านเก่าแก่อยู่ที่บ้านปราสาท (ตําบลธารปราสาท อําเภอโนนสูง) และบ้านโนนวัด (ตําบลพลสงคราม อําเภอโนนสูง) กับมีแหล่งภาพเขียนสียุคดึกดําบรรพ์อยู่ที่ถ้ำเขาจันทน์งาม (บ้านเลิศสวัสดิ์ ตําบลลาดบัวขาว อําเภอสีคิ้ว) ทั้งสองแห่งมีอายุประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว ล้วนเป็นหลักฐานมั่นคงว่า ชุมชนเหล่านี้มีพัฒนาการตั้งแต่ 3,000 ปีแล้ว แล้วสืบเนื่องถึงปัจจุบันไม่ขาดสาย (ดังมีรายงานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด ตําบลพลสงคราม อําเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ของรัชนี ทศรัตน์…

“กรรณะ” วีรบุรุษฝ่ายอธรรม คู่ปรับอรชุนผู้ถูกกีดกันจากชาติกำเนิดในศึกมหาภารตะ

ภาพวาด กรรณะ ในห้วงศึกมหาสงคราม ณ ทุ่งกุรุเกษตร จากมหาภารตะ หลายคนคงจะได้ยินชื่อมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของอินเดียอย่าง “มหาภารตะ” มาไม่มากก็น้อย หากใครติดตามเรื่องราวมหากาพย์ขนาดยาวเรื่องนี้อย่างแท้จริงจะพบว่ามีเรื่องราวให้ศึกษาต่างๆ มากมายทั้งวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ รวมถึงปรัชญาการใช้ชีวิต และจิตวิญญาณ ฯลฯ นอกเหนือไปจากมหาสงครามที่ห้ำหั่นกัน ระหว่างสองพี่น้อง ตระกูลเการพ (กุรุ) และปาณฑพ (ปาณฑุ) ณ ทุ่งกุรุเกษตร มหาสงครามที่ว่านี้สร้างความหายนะแก่ดินแดนชมพูทวีปอย่างมหาศาล เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ฝากชื่อเสียงของ 5 พี่น้องตระกูลปาณฑพ ในฐานะวีรบุรุษ ที่สามารถเอาชนะพี่น้องตระกูลเการพลงได้ ยอดนักรบที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดคงจะได้แก่ “อรชุน” นักแม้นธนูมือฉมังของฝ่ายปาณฑพ ส่วนตัวผมเองนั้นได้ยินชื่อมหากาพย์นี้มาตั้งนานแล้ว จนกระทั่งได้มาอ่านฉบับที่ อ.กรุณา…

“พระแก้วมรกต” ในพระราชวังหลวงที่พนมเปญต่างกับไทยไหม วัสดุในพระวิหารมูลค่าเท่าใด

วัดพระแก้วมรกต ในพระบรมราชวังจตุมุขมงคล กัมพูชา (ภาพจากหนังสือ “เขมรสมัยหลังพระนคร”)พระบรมราชวังจตุมุขมงคล กรุงพนมเปญ กัมพูชา มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง ในบรรดารายชื่อนี้มี “วัดพระแก้วมรกต” หรือ “วัดอุโบสถรตนาราม” เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในพระราชวัง ซึ่งมีพระพุทธรูป “พระแก้วมรกต” ประดิษฐานบนบุษบก เมืองพนมเปญ (หรือชื่อเก่าว่า “เมืองจตุมุข”) เป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ของกัมพูชา สมัยก่อนมีเจ้าพญายาตและกษัตริย์องค์ต่อมาใช้เมืองนี้เป็นราชธานี ขณะที่พระราชวังจตุมุขมงคลนี้สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2408 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้านโรดิมบรมรามเทวาวตาร (ครองราชย์ พ.ศ. 2403-2447) และปรับปรุงเปลี่ยนหลายครั้งในเวลาต่อมา รศ.ดร. ศานติ ภักดีคำ อธิบายในหนังสือ “เขมรสมัยหลังพระนคร” ว่า ปีนั้นเป็นปีที่สมเด็จพระนโรดมเริ่มเสด็จมาประทับที่พระราชวังพัก…

Leave a Reply

Your email address will not be published.