ชื่อ “พระประแดง” มาจากไหน

อ่าวไทย รูปเขียนจากความทรงจำของชาวฮอลันดาที่มาอยุธยาในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ด้านบนคือพระนครศรีอยุธยา ส่วนด้านล่างเป็นบ้านเมืองบริเวณอ่าวไทย รวมทั้งเมืองพระประแดง

พระประแดง เป็นชื่อที่ได้จากเทวรูปทองสัมฤทธิ์ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 2 องค์ มีจารึกนามว่า พระยาแสนตาองค์หนึ่ง ส่วนอีกองค์หนึ่งชื่อบาทสังขกร ขุดพบโดยบังเอิญบริเวณคลองสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เมื่อราว พ.ศ. 2041

ยุคนั้นการค้าทางทะเลกับบ้านเมืองชายฝั่งห่างไกลขยายกว้างขวางมากกว่าเดิม จึงให้จัดระบบบัญชีไพร่พลและราษฎรที่เคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งหลักแหล่งทางดินแดนชายเลน กับซ่อมแปลงคูคลองเส้นทางคมนาคมให้เดินทางขึ้นล่องไปมาระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับทะเลอ่าวไทยสะดวกคล่องขึ้น โดยเฉพาะตรงที่เรียกคลองสำโรง (ปัจจุบันคือพื้นที่ระหว่างเขตบางนา กับอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการ) ดังความในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาตอนหนึ่งว่า

“สมเด็จพระรามาธิบดีแรกให้ทำตำราพิชัยสงคราม และแรกทำสารบาญชีพระราชพิธีทุกเมือง

ขณะนั้น คลองสำโรงที่จะไปศีรษะจระเข้ คลองทับนางจะไปปากน้ำเจ้าพระยาตื้น เรือใหญ่เดินไปมาขัดสน จึ่งให้ชำระขุดได้รูปเทพรักษ์ 2 รูป หล่อด้วยทองสัมฤท์ จารึกชื่อองค์หนึ่งชื่อ พระยาแสนตา องค์หนึ่งชื่อบาทสังฆังกร ในที่รวบ (ร่วม) คลองสำโรงกับคลองทับนางต่อกัน จึ่งให้พลีกรรมบวงสรวงแล้วรับออกมาปลูกศาลเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ ณ เมืองพระประแดง”

แผนที่แสดงที่ตั้งบ้านเมืองบริเวณสองฝั่งแม่น้ำ(เจ้าพระยา) ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาลงไปจนออกอ่าวไทย (ภาพจาพ A New Historical Releation of the Kingdom of Siam Monsieur De La Louberè,1688)

เทวรูป 2 องค์ คือพระยาแสนตา กับบาทสังขกร คนยุคนั้นเรียกด้วยภาษาปากชาวสยามว่าพระประแดง เพี้ยนมาจากคำเขมรว่า กัมรเดง เพื่อจะให้หมายถึงรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ของ “ขอม” ในศาสนาพราหมณ์ (ยังมีตัวอย่างอื่นๆ เช่น ศาลตาผาแดง เป็นปราสาทแบบขอม (เขมร) ในสมัยกรุงสุโขทัย แม้ชื่อผาแดง นางไอ่ คำว่าผาแดงก็เพี้ยนมาจากกัมรเดง-ประแดง)

แล้วให้สร้างศาลไว้เป็นที่ประดิษฐานเทวรูป 2 องค์นั้น เรียกว่าศาลพระประแดง ในบริเวณชุมชนเมืองตรงริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามคลองสำโรง ต่อมาเลยเรียกบ้านเมืองตรงนั้นตามรูปเคารพว่าเมืองพระประแดง

หากเทวรูป “พระประแดง” 2 องค์ ตั้งอยู่ในศาลเมืองพระประแดงได้ไม่ถึง 100 ปี

เมื่อพระยาละแวกยกทัพจากกัมพูชามาปล้นกรุงศรีอยุธยา ในช่วงต้นแผ่นดินสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช (ครองราชย์ พ.ศ. 2112-33) ได้ขนกลับไปกัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้มีบันทึกไว้ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยธุยา ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์

 

อ้างอิง สุจิตต์ วงษ์เทศ. ชื่อบ้านนามเมือง เมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ, จัดพิมพ์โดย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม 2550

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 31 พฤษภาคม 2561

Source: https://www.silpa-mag.com/history/article_17517

Related Posts

“ปาลเลอกัวซ์” พระอาจารย์ของ “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ผู้กระชับความสัมพันธ์สยาม-ตะวันตก

ภาพนักแสดงปาลเลอกัวซ์ ในภาพยนต์บุพเพสันนิวาส ๒ (ภาพจาก youtube เถลิงเปิดตัว แถลงข่าว กลางกรุง | บุพเพสันนิวาส ๒ GDH) การแสวงหาอาณานิคมที่รุนแรงมากขึ้น เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนช่วงศตวรรษที่ 19 ตรงกับในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) จึงจะสังเกตได้ว่านับตั้งแต่รัชกาลที่ 2 เป็นต้นมา ทัศนคติของชาวไทยได้เกิดความหวาดระแวงต่อชาติตะวันตกที่รุนแรงมากขึ้น ดังจะเห็นความขัดแย้งระหว่างมิชชันนารีกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ที่มีผลให้ให้มิชชันนารีถูกขับออกนอกประเทศ การล่าอาณานิคมและเผยแพร่ศาสนาคริสต์ของชาวตะวันตกได้ทำให้พระเจ้าแผ่นดินในช่วงต้นรัตนโกสินทร์เริ่มเห็นความสําคัญที่จะพัฒนาประเทศให้มีความทัดเทียมกับชาติตะวันตก เพื่อที่จะไม่ให้ชาติตะวันตกใช้ข้ออ้างว่าจะนำพาประเทศที่ล้าหลังไปสู่ความเจริญ การปรับปรุงประเทศเริ่มมีขึ้นอย่างจริงจังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่…

บันทึกชาวบ้านฉบับฝรั่ง เล่าปัญหาครอบครัวที่ทำให้ พระมหาธรรมราชา เข้าหา “หงสาวดี”

เจดีย์ชเวมอดอ ศาสนาสถานสำคัญแห่งพะโค หรือกรุงหงสาวดีในอดีต ภาพถ่ายวันที่ 14 พฤศจิกายน 2012 ( AFP PHOTO / NICOLAS ASFOURI) ขุนพิเรนทรเทพ หรือ พระมหาธรรมราชา พระราชบิดาของพระนเรศวร ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญมากในการล้มอำนาจกลุ่มของแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์และขุนวรวงศา ทำให้พระเทียรราชาได้ก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาแทน เพื่อเป็นการตอบแทนความดีความชอบ พระเทียรราชาจึงทรงตั้งขุนพิเรนทรเทพเป็นพระมหาธรรมราชาครองเมืองพิษณุโลก พร้อมยกพระสวัสดิราชธิดา พระธิดาของพระองค์ให้เป็นพระวิสุทธิกษัตรีย์มเหสีแห่งพิษณุโลกด้วย นับเป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับหัวเมืองฝ่ายเหนือที่กรุงศรีฯ ต้องใช้กำลังภายในเยอะในการควบคุมมาโดยตลอด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีฯ กับพิษณุโลกก็มิได้ราบรื่นตลอดรอดฝั่ง สาเหตุจริงๆ คงประกอบด้วยปัจจัยหลายๆ ประการทั้งเรื่องของการเมือง ความสัมพันธ์ส่วนตัว และการถ่วงดุลเพื่อรักษาฐานอำนาจให้มั่นคง เมื่อพิษณุโลกต้องถูกคุกคามจากอาณาจักรที่ใหญ่กว่าอยู่หลายครั้ง…

2 ตุลาคม 2432 วันประสูติพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี พระราชธิดาเจ้าดารารัศมี

พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี (วิ-มน-นาก-นะ-พี-สี) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประสูติแต่เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ประสูติเมื่อวันพุธ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2432 เป็นพระราชบุตรีองค์ที่ 73 ในรัชกาลที่ 5 ย้อนไปเมื่อ พ.ศ. 2429…

คนโคราชไม่ใช่ “ลาว” แล้วคนโคราชเป็นใคร? มาจากไหน?

นครราชสีมาหรือโคราช อยู่ต้นลําน้ำมูลในอีสาน เป็นบ้านเมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เริ่มด้วยมีชุมชนหมู่บ้านเก่าแก่อยู่ที่บ้านปราสาท (ตําบลธารปราสาท อําเภอโนนสูง) และบ้านโนนวัด (ตําบลพลสงคราม อําเภอโนนสูง) กับมีแหล่งภาพเขียนสียุคดึกดําบรรพ์อยู่ที่ถ้ำเขาจันทน์งาม (บ้านเลิศสวัสดิ์ ตําบลลาดบัวขาว อําเภอสีคิ้ว) ทั้งสองแห่งมีอายุประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว ล้วนเป็นหลักฐานมั่นคงว่า ชุมชนเหล่านี้มีพัฒนาการตั้งแต่ 3,000 ปีแล้ว แล้วสืบเนื่องถึงปัจจุบันไม่ขาดสาย (ดังมีรายงานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด ตําบลพลสงคราม อําเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ของรัชนี ทศรัตน์…

“กรรณะ” วีรบุรุษฝ่ายอธรรม คู่ปรับอรชุนผู้ถูกกีดกันจากชาติกำเนิดในศึกมหาภารตะ

ภาพวาด กรรณะ ในห้วงศึกมหาสงคราม ณ ทุ่งกุรุเกษตร จากมหาภารตะ หลายคนคงจะได้ยินชื่อมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของอินเดียอย่าง “มหาภารตะ” มาไม่มากก็น้อย หากใครติดตามเรื่องราวมหากาพย์ขนาดยาวเรื่องนี้อย่างแท้จริงจะพบว่ามีเรื่องราวให้ศึกษาต่างๆ มากมายทั้งวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ รวมถึงปรัชญาการใช้ชีวิต และจิตวิญญาณ ฯลฯ นอกเหนือไปจากมหาสงครามที่ห้ำหั่นกัน ระหว่างสองพี่น้อง ตระกูลเการพ (กุรุ) และปาณฑพ (ปาณฑุ) ณ ทุ่งกุรุเกษตร มหาสงครามที่ว่านี้สร้างความหายนะแก่ดินแดนชมพูทวีปอย่างมหาศาล เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ฝากชื่อเสียงของ 5 พี่น้องตระกูลปาณฑพ ในฐานะวีรบุรุษ ที่สามารถเอาชนะพี่น้องตระกูลเการพลงได้ ยอดนักรบที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดคงจะได้แก่ “อรชุน” นักแม้นธนูมือฉมังของฝ่ายปาณฑพ ส่วนตัวผมเองนั้นได้ยินชื่อมหากาพย์นี้มาตั้งนานแล้ว จนกระทั่งได้มาอ่านฉบับที่ อ.กรุณา…

“พระแก้วมรกต” ในพระราชวังหลวงที่พนมเปญต่างกับไทยไหม วัสดุในพระวิหารมูลค่าเท่าใด

วัดพระแก้วมรกต ในพระบรมราชวังจตุมุขมงคล กัมพูชา (ภาพจากหนังสือ “เขมรสมัยหลังพระนคร”)พระบรมราชวังจตุมุขมงคล กรุงพนมเปญ กัมพูชา มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง ในบรรดารายชื่อนี้มี “วัดพระแก้วมรกต” หรือ “วัดอุโบสถรตนาราม” เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในพระราชวัง ซึ่งมีพระพุทธรูป “พระแก้วมรกต” ประดิษฐานบนบุษบก เมืองพนมเปญ (หรือชื่อเก่าว่า “เมืองจตุมุข”) เป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ของกัมพูชา สมัยก่อนมีเจ้าพญายาตและกษัตริย์องค์ต่อมาใช้เมืองนี้เป็นราชธานี ขณะที่พระราชวังจตุมุขมงคลนี้สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2408 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้านโรดิมบรมรามเทวาวตาร (ครองราชย์ พ.ศ. 2403-2447) และปรับปรุงเปลี่ยนหลายครั้งในเวลาต่อมา รศ.ดร. ศานติ ภักดีคำ อธิบายในหนังสือ “เขมรสมัยหลังพระนคร” ว่า ปีนั้นเป็นปีที่สมเด็จพระนโรดมเริ่มเสด็จมาประทับที่พระราชวังพัก…

Leave a Reply

Your email address will not be published.