ตู้เย็น มาจากไหน มาตั้งแต่เมื่อไหร่

ตู้เย็นของบริษัทเคลวิเนเตอร์ พ.ศ. 2469 ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ John and Mable Ringling ฟลาริดา อเมริกา

ในวันที่อุณหภูมิความร้อนพุ่งสูงเสมือนจะทะลุปรอท ถ้าเปิด “ตู้เย็น” มีน้ำเย็น, มีไอติม, มีเบียร์ และอีกสารพัดที่ตู้เย็นทำให้มันเย็นฉ่ำชื่นใจ ความร้อนตรงหน้าก็คงพอสู้ไหว

แต่กว่าจะถึงวันนี้ ตู้เย็นมีเส้นทางเดินมาอย่างไร เราจะไปดูกัน

พ.ศ. 2093 มีการใช้สารเคมี เช่น โซเดียมไนเตรต, โปแตชเซียมไนเตรตใส่ลงในน้เพื่อให้อุณหภูมิของน้ำลดต่ำลง คําว่า “การทําความเย็น” (to refrigerate) จึงเกิดขึ้น

พ.ศ. 2327 วิลเลี่ยม คูลเลน นักเคมีแห่งมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ สาธิตการทําความเย็นเป็นครั้งแรก โดยการทําให้เอธิลอีเธอร์ เดือดในสุญญากาศ แต่เขาไม่ได้นําผลการทดลองมาสู่การปฏิบัติ

พ.ศ. 2343 เฟรเดอริก ทูเดอร์ ชาวนิวอิงแลนด์ ค้นพบวิธีตัดน้ำเข็งจากธรรมชาติให้เป็นก้อน, ทดลองใช้ฉนวนต่างๆ เพื่อเก็บรักษาน้ำแข็งไม่ให้ละลาย คงทนสําหรับขนส่งไปจําหน่ายในที่อื่นๆ เป็นการเริ่มใช้ประโยชน์จากน้ำแข็งในเรื่องเชิงธุรกิจการทําความเย็น

พ.ศ. 2348 โอลิเวอร์ อีแวนส์ ชาวอเมริกันออกแบบเครื่องทําความเย็นเป็นครั้งแรก โดยใช้วิธีอัดไอ แต่เขาไม่ได้สร้างเครื่องนี้

พ.ศ. 2363 ผลิตน้ำแข็งสำเร็จขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ยังอยู่ในระดับการทดลองเท่านั้น

พ.ศ. 2377 จาคอบ เพอร์กินส์ วิศวกรอเมริกันประดิษฐ์เครื่องทำความเย็นระบบคอมเพรสเซอร์อัดไอ ขึ้นเป็นเครื่องแรกในโลก

พ.ศ. 2396 เจมส์ แฮร์ริสัน เป็นช่างพิมพ์ชาวสก็อตต์แลนด์ที่ไปอาศัยอยู่ใน ออสเตรเลียได้ปรับปรุงพัฒนาเครื่องทําความเย็นแบบใช้ซัลฟุริกอีเธอร์ให้มีคุณภาพดีขึ้นกว่าที่เคยมีมา

พ.ศ. 2398 นักวิทยาศาสตร์เยอรมันได้ประดิษฐ์เครื่องทำความเย็นระบบแอร์ซอร์ปชัน ขึ้นโดยอาศัยหลักทฤษฎีที่ไมเคิล ฟาราเดย์-นักวิทยาศาสตร์อเมริกันค้นพบ (พ.ศ. 2367)

พ.ศ. 2410 เจ.บี. สเธอร์แลนด์ แห่งเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ออกแบบและสร้างตู้โบกี้รถไฟห้องเย็นเพื่อขนส่งอาหารสด เขาทําช่องใส่น้ำแข็งไว้ที่ผนังทุกด้าน ตรงกลางบรรจุอาหารพวกนม เนย อาหารทะเล และมีการจดทะเบียนลิขสิทธิ์

พ.ศ. 2422 โทมัส เอลกินส์ ชาวอเมริกัน เชื้อสายอาฟริกัน จดสิทธิบัตรเครื่องทำความเย็นในอเมริกา

พ.ศ. 2453 ตู้เย็นที่ใช้ในบ้านถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2461 บริษัทเคลวิเนเตอร์ (Kelvinator Co.) ผลิตตู้เย็นซึ่งควบคุมโดยอัตโนมัติเป็นครั้งแรก และทําเป็นระบบ อุตสาหกรรมการผลิตตู้เย็นจําหน่ายในสหรัฐอเมริกา ยอดจําหน่ายถึงปี พ.ศ. 2463 มากกว่า 200 เครื่อง

พ.ศ. 2463 เกิดอุตสาหกรรมการผลิตตู้เย็นเกิดขึ้นทั้งในอเมริกาและยุโรป ตู้เย็นเริ่มเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในครัว

พ.ศ. 2466 มีการผลิตตู้แช่แข็งเพื่อแช่อาหารเป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2469 บริษัทเยเนอรัลอิเล็กทริก ผลิตตู้เย็นที่ใช้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์แบบเฮอร์เมติกเป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2470 บริษัทอิเล็กโทรลักซ์ ผลิตตู้เย็นระบบแอบซอร์ปชันควบคุมอัตโนมัติจําหน่ายในสหรัฐ

พ.ศ. 2493 ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการผลิตตู้เย็นสมัยใหม่ออกจำหน่าย

เมื่อโลกรู้จัก “ตู้เย็น” ก็มีเกิด การขนส่งอาหารสดและอาหารแช่แข็ง, อุตสาหกรรมห้องเย็น, การผลิตน้ำแข็งและไอศครีม, การแช่เย็นสารเคมีและยา, การแช่แข็งน้ำเชื้อหรือหยุดการเติบโตของเซลและแบคทีเรีย ฯลฯ  

 

ข้อมูลจาก

รศ. บุญชัด เนติศักดิ์. เครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ 1, คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 2551

สมศักดิ์ สุโมตยกุล. เครื่องทำความเย็นแลเครื่องปรับอากาศ, บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน), 2559

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 เมษายน 2565

Source: https://www.silpa-mag.com/history/article_86343

Related Posts

พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ “ตกอับ” สมัยร.5 เพราะเคยเรียกร้องประชาธิปไตย หรือด้วยเหตุอื่น?

พระประวัติก่อนอุบัติเหตุ …พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ เป็นพระราชโอรสองค์สุดท้ายในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนราชสีหวิกรม และหม่อมน้อย ธิดาพระยาราชมนตรี (ภู่ ต้นสกุล ภมรมนตรี) เมื่อแรกประสูติใน พ.ศ. 2394 มีพระนามหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ทรงเรียนรู้วิชาช่างจากพระบิดา ทั้งยังได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กข้าหลวงเดิมในสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ อีกด้วย ต่อมาในช่วงต้นแห่งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หม่อมเจ้าปฤษฎางค์ทรงมีโอกาสเดินทางไปทรงศึกษาวิชาที่เมืองสิงคโปร์ และประเทศอังกฤษ ตามลำดับ และทรงเดินทางกลับสยามใน พ.ศ. 2418 ทรงเริ่มรับราชการเมื่อชันษาได้ 24 ปี…

“หัวลำโพง ฝรั่งเรียกไม่ชัด ไทยพลอยเรียกตามว่า วัวลำพอง” พระราชวิจารณ์ศัพท์ไทย-ฝรั่งในร.5

สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) (ภาพจาก ห้องสมุดภาพ มติชน) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เมื่อครั้งยังเป็นที่พระยาไพศาลศิลปศาสตร์ ตำแหน่งเจ้ากรมตรวจการศึกษาในกระทรวงธรรมการ พ.ศ. 2453 เนื้อหาส่่วนหนึ่งว่าด้วยพระราโชบายด้านการศึกษาของชาติ เนื้อหาส่วนที่ลงวันที่ 4 กรกฎาคม ร.ศ. 129 มีเรื่องการใช้ศัพท์ไทย ศัพท์ฝรั่ง ในอดีต พระราชหัตถเลขาในรัชกาลที่…

ประวัติศาสตร์ของ “กลิ่นเหม็น” ในเมืองกรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 5-7

แหล่งชุมชนที่สร้างมลภาวะทางอากาศและกลิ่นต่าง ขณะเดียวกันคนในชุมชนนั้นก็ต้องรับปัญหาสุขาอนามัยที่เกิดขึ้น ในภาพเป็นตลาดท่าเตียน กรุงเทพฯ (ภาพจาก www.matichon.co.th) ละครย้อนยุคหลายๆ เรื่อง แสดงให้เห็นบ้านเมืองร่มรื่นน่าอยู่ ไม่มีมลพิษจากสารเคมี ไม่มีรถติด ผู้คนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกัน สรุปง่ายว่า “น่าอยู่สุดๆ” แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าทำได้จริง และท่านคิดจะย้อนกลับไป โปรดอ่านข้อมูลต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจ เมื่อเดือนมกราคม 2562 ผศ.ดร.นิภาพร รัชตพัฒนากุล ได้นำเสนอข้อมูลประวัติศาสตร์ “ความเหม็น” ของกลิ่นต่างๆ ที่ล่องลอยอยู่ในกรุงเทพฯ “กลิ่นเหม็น” ของพระนครไว้ใน บทความ “นาสิกประสาตภัย”…

แนวคิดเรื่องเขตแดนสมัยใหม่ จากภาพเขียนภายในพระอุโบสถ “วัดเบญจมบพิตร”

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอกและวัดประประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถือเป็นวัดสำคัญในกรุงเทพฯ ที่ชาวไทยรู้จักกันดี รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะรู้จักในชื่อ “The Marble Tample” จากการที่พระอุโบสถประดับด้วยหินอ่อนอย่างดีจากอิตาลี จึงเป็นวัดที่มีทั้ง มูลค่า และคุณค่า อย่างมหาศาลในแง่ของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและมรดกทางภูมิปัญญาที่สำคัญยิ่งของไทย วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม นอกจากจะเป็นวัดไทยที่วิจิตรงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยจารีตโดยการออกแบบของ “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” หรือ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พระอารามหลวงแห่งนี้ยังถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่อธิบายโลกทัศน์ของชนชั้นนำสยามในยุคเปลี่ยนผ่านจากรัฐจารีตแบบโบราณมาสู่รัฐสมัยใหม่อย่างสมบูรณ์ในยุครัชกาลที่ 5 เพราะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ถูกบรรจงใส่รายละเอียดความเป็นสถาปัตยกรรมไทยอย่างปราณีตและสร้างร่วมสมัยกับช่วงเวลาที่รัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปการปกครอง…

“ปาลเลอกัวซ์” พระอาจารย์ของ “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ผู้กระชับความสัมพันธ์สยาม-ตะวันตก

ภาพนักแสดงปาลเลอกัวซ์ ในภาพยนต์บุพเพสันนิวาส ๒ (ภาพจาก youtube เถลิงเปิดตัว แถลงข่าว กลางกรุง | บุพเพสันนิวาส ๒ GDH) การแสวงหาอาณานิคมที่รุนแรงมากขึ้น เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนช่วงศตวรรษที่ 19 ตรงกับในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) จึงจะสังเกตได้ว่านับตั้งแต่รัชกาลที่ 2 เป็นต้นมา ทัศนคติของชาวไทยได้เกิดความหวาดระแวงต่อชาติตะวันตกที่รุนแรงมากขึ้น ดังจะเห็นความขัดแย้งระหว่างมิชชันนารีกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ที่มีผลให้ให้มิชชันนารีถูกขับออกนอกประเทศ การล่าอาณานิคมและเผยแพร่ศาสนาคริสต์ของชาวตะวันตกได้ทำให้พระเจ้าแผ่นดินในช่วงต้นรัตนโกสินทร์เริ่มเห็นความสําคัญที่จะพัฒนาประเทศให้มีความทัดเทียมกับชาติตะวันตก เพื่อที่จะไม่ให้ชาติตะวันตกใช้ข้ออ้างว่าจะนำพาประเทศที่ล้าหลังไปสู่ความเจริญ การปรับปรุงประเทศเริ่มมีขึ้นอย่างจริงจังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่…

บันทึกชาวบ้านฉบับฝรั่ง เล่าปัญหาครอบครัวที่ทำให้ พระมหาธรรมราชา เข้าหา “หงสาวดี”

เจดีย์ชเวมอดอ ศาสนาสถานสำคัญแห่งพะโค หรือกรุงหงสาวดีในอดีต ภาพถ่ายวันที่ 14 พฤศจิกายน 2012 ( AFP PHOTO / NICOLAS ASFOURI) ขุนพิเรนทรเทพ หรือ พระมหาธรรมราชา พระราชบิดาของพระนเรศวร ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญมากในการล้มอำนาจกลุ่มของแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์และขุนวรวงศา ทำให้พระเทียรราชาได้ก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาแทน เพื่อเป็นการตอบแทนความดีความชอบ พระเทียรราชาจึงทรงตั้งขุนพิเรนทรเทพเป็นพระมหาธรรมราชาครองเมืองพิษณุโลก พร้อมยกพระสวัสดิราชธิดา พระธิดาของพระองค์ให้เป็นพระวิสุทธิกษัตรีย์มเหสีแห่งพิษณุโลกด้วย นับเป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับหัวเมืองฝ่ายเหนือที่กรุงศรีฯ ต้องใช้กำลังภายในเยอะในการควบคุมมาโดยตลอด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีฯ กับพิษณุโลกก็มิได้ราบรื่นตลอดรอดฝั่ง สาเหตุจริงๆ คงประกอบด้วยปัจจัยหลายๆ ประการทั้งเรื่องของการเมือง ความสัมพันธ์ส่วนตัว และการถ่วงดุลเพื่อรักษาฐานอำนาจให้มั่นคง เมื่อพิษณุโลกต้องถูกคุกคามจากอาณาจักรที่ใหญ่กว่าอยู่หลายครั้ง…

Leave a Reply

Your email address will not be published.