พระเจ้าตากสินฯ สถาปนากรุงธนบุรี เมืองสุพรรณ “ตกสำรวจ” ต้องรกร้างกว่า 80 ปี

วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ วัดเขานางบวช อำเภอเดิมบางนวช จังหวัดสุรรณบุรี (ภาพจาก หนังสือประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณโดย มนัส โอภากุล สำนักพิมพ์มติชน)

 

ในปัจจุบันจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่ถนนหนทางดีจนคนหลายอิจฉา อาหารการกินไม่ว่าจะเป็น สาลี่, กุ้งแม่น้ำเผา ฯลฯ ก็อร่อยจนประเภทกินแล้วระลึกชาติได้ ย้อนกลับไปเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาเมืองสุพรรณก็มีฐานะเป็นหนึ่งในเมืองหน้าด่านสำคัญ แต่เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรี เมืองสุพรรณกลับ “ตกสำรวจ” ต้องรกร้างเป็นเวลากว่า 80 ปี

เรื่องนี้ มนัส โอภากุล ปราชญ์เมืองสุพรรณเอง เขียนเรื่องนี้ไว้ในบทความชื่อ “สุพรรณเป็นเมืองโจร เมืองคนดุจริงหรือ?”  (ศิลปวัฒนธรรม, พฤษภาคม 2540) ซึ่งขอสรุปย่อมาดังนี้

ซากเจดีย์ยุทธหัตถี พระบรมราชานุสรณ์ในการกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่า ที่ ต.ดอนเจดีย์ อ. ศรีประจันต์ ถ่ายเมือ พ.ศ. 2498 (ภาพจากหนังสือสุพรรณบุรีเมื่อวันวาน ของกรมศิลปากร)

 

เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2310 เมืองสุพรรณบุรีและเมืองหน้าด่านอื่นๆ ที่รายล้อมพระนครศรีอยุธยาต่างได้รับความเสียหายไปตามๆ กัน ภายหลังสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจะสถาปนากรุงธนบุรี  ได้พยายามรวบรวมหัวเมืองต่างๆ ดังนี้

“เมื่อพระเจ้ากรุงธนราชาภิเษกแล้ว ที่ทรงตั้งข้าราชการไปรักษาหัวเมืองใหญ่น้อยทั้งปวง แต่หัวเมืองในสมัยนั้น ประมาณดูตามเรื่อง ปรากฎในทางพงศาวดาร จะมีผู้คนรวบรวมตั้งตัวเป็นเมืองโดยเร็ว เห็นจะมีไม่กี่เมือง ถ้าจะลองคะเนนับดู หัวเมืองข้างเหนือกรุงเก่าหนึ่ง เมืองลพบุรีหนึ่ง เมืองอ่างทองหนึ่ง

เมืองทางตะวันออก มีเมืองฉะเชิงเทราหนึ่ง เมืองชลบุรีหนึ่ง เมืองระยองหนึ่ง เมืองจันทบุรีหนึ่ง เมืองตราษหนึ่ง หัวเมืองตะวันตกมีนครไชยศรีหนึ่ง สมุทราสาครหนึ่ง เมืองเพชรบุรีหนึ่ง รวม 11 เมืองนี้ เห็นจะมีคนเหลืออยู่พอจะตั้งเมืองได้…” (ประชุมพงศาวดาร ฉบับหอสมุดแห่งชาติเล่ม 3 สำนักพิมพ์ก้าวหน้า)

เจดีย์วัดชุมนุมสงฆ์ หนึ่งในเจดีย์สมัยอยุธยา ที่หลงเหลืออยู่ (ภาพจากหนังสือประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณบุรี)

 

นั่นแสดงว่า ครั้งนั้นเมืองสุพรรณ “ตกสำรวจ” จริง

ประจักษ์พยานในเรื่องไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น สุนทรภู่ กวีดังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2379 สุนทรภู่เดินทางไปสุพรรณบุรีและได้แต่ง “นิราศเมืองสุพรรณ” ไว้บางตอนดังนี้

ตะวันเห็นหาดหน้า                ท่ามี
เมืองสุพรรณบุรี                  รกร้าง
ศาลตั้งฝั่งนที                       ที่หาด ลาดแฮ
โรงเล่าเขาต้มค้าง                  ขอบคุ้งหุงสุรา (133)

วัดกระไกรใกล้บ้าน                ศรีประจัน
ถามเหล่าชาวสุพรรณ             เพื่อนซี้
ทองประศรีที่สำคัญ                ข้างวัด แคแฮ
เดิมสนุกทุกวันนี้                  รกเรื้อเสือคะนอง (137)

พ.ศ. 2379 ที่สุนทรภู่เดินทางไปเมืองสุพรรณนั้น คือ 69 ปี หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก แต่สุพรรณก็ยังคงเป็นเมืองร้าง หลังจากนั้นอีก 4 ปี (พ.ศ. 2383) เสมียนมี หรือหมื่นพรมสมพักศร แต่งกลอนนิราศสุพรรณ กล่าวถึงสภาพบ้านเรือนในเวลานั้นว่า

ตะวันเย็นค่ำย่ำแสงสุริยา                       ทัศนานั่งดูเมืองสุพรรณ
ดูโรยร่วงแรมร้างน่าสังเวช                   ดั่งประเทศแนวป่าพนาสัณฑ์
พฤษาชาติแซกแซมขึ้นแกมกัน                อเนกอนันต์เล็กใหญ่ไม้นานา
………………………………………….               ……………………………………….
พระเจดีย์วิหารบูราณสร้าง                    ก็โรยร้างหรุบสิ้นอุปถัมภ์
ทั้งพาราอาภัพยับระยำ                       สุดจะร่ำเรื่องว่าน่าเสียดาย
น่าสงสารเมืองสุพรรณทุกวันนี้              ที่มั่งมีนั้นก็มากยากก็หลาย
สุดจะร่ำคำเปรียบเทียบภิปราย               กลืนน้ำลายติดคอแล้วพ่อคุณ

กระทั่ง พ.ศ. 2394 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ตั้งจังหวัดสุพรรณบุรีขึ้น เมืองสุพรรณบุรีจึงค่อยๆ กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

 

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2561

Source: https://www.silpa-mag.com/history/article_18564

Related Posts

“ปาลเลอกัวซ์” พระอาจารย์ของ “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ผู้กระชับความสัมพันธ์สยาม-ตะวันตก

ภาพนักแสดงปาลเลอกัวซ์ ในภาพยนต์บุพเพสันนิวาส ๒ (ภาพจาก youtube เถลิงเปิดตัว แถลงข่าว กลางกรุง | บุพเพสันนิวาส ๒ GDH) การแสวงหาอาณานิคมที่รุนแรงมากขึ้น เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนช่วงศตวรรษที่ 19 ตรงกับในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) จึงจะสังเกตได้ว่านับตั้งแต่รัชกาลที่ 2 เป็นต้นมา ทัศนคติของชาวไทยได้เกิดความหวาดระแวงต่อชาติตะวันตกที่รุนแรงมากขึ้น ดังจะเห็นความขัดแย้งระหว่างมิชชันนารีกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ที่มีผลให้ให้มิชชันนารีถูกขับออกนอกประเทศ การล่าอาณานิคมและเผยแพร่ศาสนาคริสต์ของชาวตะวันตกได้ทำให้พระเจ้าแผ่นดินในช่วงต้นรัตนโกสินทร์เริ่มเห็นความสําคัญที่จะพัฒนาประเทศให้มีความทัดเทียมกับชาติตะวันตก เพื่อที่จะไม่ให้ชาติตะวันตกใช้ข้ออ้างว่าจะนำพาประเทศที่ล้าหลังไปสู่ความเจริญ การปรับปรุงประเทศเริ่มมีขึ้นอย่างจริงจังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่…

บันทึกชาวบ้านฉบับฝรั่ง เล่าปัญหาครอบครัวที่ทำให้ พระมหาธรรมราชา เข้าหา “หงสาวดี”

เจดีย์ชเวมอดอ ศาสนาสถานสำคัญแห่งพะโค หรือกรุงหงสาวดีในอดีต ภาพถ่ายวันที่ 14 พฤศจิกายน 2012 ( AFP PHOTO / NICOLAS ASFOURI) ขุนพิเรนทรเทพ หรือ พระมหาธรรมราชา พระราชบิดาของพระนเรศวร ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญมากในการล้มอำนาจกลุ่มของแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์และขุนวรวงศา ทำให้พระเทียรราชาได้ก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาแทน เพื่อเป็นการตอบแทนความดีความชอบ พระเทียรราชาจึงทรงตั้งขุนพิเรนทรเทพเป็นพระมหาธรรมราชาครองเมืองพิษณุโลก พร้อมยกพระสวัสดิราชธิดา พระธิดาของพระองค์ให้เป็นพระวิสุทธิกษัตรีย์มเหสีแห่งพิษณุโลกด้วย นับเป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับหัวเมืองฝ่ายเหนือที่กรุงศรีฯ ต้องใช้กำลังภายในเยอะในการควบคุมมาโดยตลอด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีฯ กับพิษณุโลกก็มิได้ราบรื่นตลอดรอดฝั่ง สาเหตุจริงๆ คงประกอบด้วยปัจจัยหลายๆ ประการทั้งเรื่องของการเมือง ความสัมพันธ์ส่วนตัว และการถ่วงดุลเพื่อรักษาฐานอำนาจให้มั่นคง เมื่อพิษณุโลกต้องถูกคุกคามจากอาณาจักรที่ใหญ่กว่าอยู่หลายครั้ง…

2 ตุลาคม 2432 วันประสูติพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี พระราชธิดาเจ้าดารารัศมี

พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี (วิ-มน-นาก-นะ-พี-สี) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประสูติแต่เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ประสูติเมื่อวันพุธ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2432 เป็นพระราชบุตรีองค์ที่ 73 ในรัชกาลที่ 5 ย้อนไปเมื่อ พ.ศ. 2429…

คนโคราชไม่ใช่ “ลาว” แล้วคนโคราชเป็นใคร? มาจากไหน?

นครราชสีมาหรือโคราช อยู่ต้นลําน้ำมูลในอีสาน เป็นบ้านเมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เริ่มด้วยมีชุมชนหมู่บ้านเก่าแก่อยู่ที่บ้านปราสาท (ตําบลธารปราสาท อําเภอโนนสูง) และบ้านโนนวัด (ตําบลพลสงคราม อําเภอโนนสูง) กับมีแหล่งภาพเขียนสียุคดึกดําบรรพ์อยู่ที่ถ้ำเขาจันทน์งาม (บ้านเลิศสวัสดิ์ ตําบลลาดบัวขาว อําเภอสีคิ้ว) ทั้งสองแห่งมีอายุประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว ล้วนเป็นหลักฐานมั่นคงว่า ชุมชนเหล่านี้มีพัฒนาการตั้งแต่ 3,000 ปีแล้ว แล้วสืบเนื่องถึงปัจจุบันไม่ขาดสาย (ดังมีรายงานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด ตําบลพลสงคราม อําเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ของรัชนี ทศรัตน์…

“กรรณะ” วีรบุรุษฝ่ายอธรรม คู่ปรับอรชุนผู้ถูกกีดกันจากชาติกำเนิดในศึกมหาภารตะ

ภาพวาด กรรณะ ในห้วงศึกมหาสงคราม ณ ทุ่งกุรุเกษตร จากมหาภารตะ หลายคนคงจะได้ยินชื่อมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของอินเดียอย่าง “มหาภารตะ” มาไม่มากก็น้อย หากใครติดตามเรื่องราวมหากาพย์ขนาดยาวเรื่องนี้อย่างแท้จริงจะพบว่ามีเรื่องราวให้ศึกษาต่างๆ มากมายทั้งวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ รวมถึงปรัชญาการใช้ชีวิต และจิตวิญญาณ ฯลฯ นอกเหนือไปจากมหาสงครามที่ห้ำหั่นกัน ระหว่างสองพี่น้อง ตระกูลเการพ (กุรุ) และปาณฑพ (ปาณฑุ) ณ ทุ่งกุรุเกษตร มหาสงครามที่ว่านี้สร้างความหายนะแก่ดินแดนชมพูทวีปอย่างมหาศาล เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ฝากชื่อเสียงของ 5 พี่น้องตระกูลปาณฑพ ในฐานะวีรบุรุษ ที่สามารถเอาชนะพี่น้องตระกูลเการพลงได้ ยอดนักรบที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดคงจะได้แก่ “อรชุน” นักแม้นธนูมือฉมังของฝ่ายปาณฑพ ส่วนตัวผมเองนั้นได้ยินชื่อมหากาพย์นี้มาตั้งนานแล้ว จนกระทั่งได้มาอ่านฉบับที่ อ.กรุณา…

“พระแก้วมรกต” ในพระราชวังหลวงที่พนมเปญต่างกับไทยไหม วัสดุในพระวิหารมูลค่าเท่าใด

วัดพระแก้วมรกต ในพระบรมราชวังจตุมุขมงคล กัมพูชา (ภาพจากหนังสือ “เขมรสมัยหลังพระนคร”)พระบรมราชวังจตุมุขมงคล กรุงพนมเปญ กัมพูชา มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง ในบรรดารายชื่อนี้มี “วัดพระแก้วมรกต” หรือ “วัดอุโบสถรตนาราม” เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในพระราชวัง ซึ่งมีพระพุทธรูป “พระแก้วมรกต” ประดิษฐานบนบุษบก เมืองพนมเปญ (หรือชื่อเก่าว่า “เมืองจตุมุข”) เป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ของกัมพูชา สมัยก่อนมีเจ้าพญายาตและกษัตริย์องค์ต่อมาใช้เมืองนี้เป็นราชธานี ขณะที่พระราชวังจตุมุขมงคลนี้สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2408 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้านโรดิมบรมรามเทวาวตาร (ครองราชย์ พ.ศ. 2403-2447) และปรับปรุงเปลี่ยนหลายครั้งในเวลาต่อมา รศ.ดร. ศานติ ภักดีคำ อธิบายในหนังสือ “เขมรสมัยหลังพระนคร” ว่า ปีนั้นเป็นปีที่สมเด็จพระนโรดมเริ่มเสด็จมาประทับที่พระราชวังพัก…

Leave a Reply

Your email address will not be published.