เทน ฮาก มาถูกทาง,คล็อปป์ กำจัดจุดอ่อนไม่ได้! 5 ข้อ แมนยู คืนชีพเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล

จะเรียกว่า “พลิกล็อค” ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้สำหรับเกมแดงเดือดนัดล่าสุดเพราะเท่าที่ผ่านมาในระยะหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายโดน ลิเวอร์พูล บดขยี้เป็นผุยผงโดยตลอด แต่ไม่ใช่สำหรับเกมเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ส.ค.ซึ่ง ผีแดง เปิดบ้านคว่ำ หงส์แดง ลงได้ด้วยสกอร์ 2-1

จึงเท่ากับว่า เอริค เทน ฮาก เอาชนะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เป็นหนที่สองแล้วเนื่องจากเกมปรีซีซั่นที่เมืองไทย นายใหญ่ดัตช์ก็มีชัยเหนือกุนซือด๊อยทช์ แม้มันอาจเป็นเกมที่ไม่มีความหมายก็ตาม

1.โผ 11 ตัวจริง แมนยู ที่ลงตัวที่สุด

หลังจากบุกไปแพ้ เบรนท์ฟอร์ด อย่างน่าอดสู 4-0 เพิ่มผลงานแพ้สองเกมรวดของซีซั่นใหม่ เอริค เทน ฮาก จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่เข้าตาจนเนื่องจากเขาจะคุมทีมแพ้อีกไม่ได้แล้วแม้จะต้องต่อกรกับ ลิเวอร์พูล คู่ปรับที่แข็งแกร่ง ไม่เช่นนั้นเก้าอี้ของเขาก็จะร้อนฉ่าเพิ่มขึ้นไปอีก

ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดการทีมชาวฮอลแลนด์จึงตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการดร็อปทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมลงไปนั่งเป็นตัวสำรองจากที่มีข่าวหลุดออกมา

เท่ากับว่า ผีแดง โรเตชั่นนักเตะจากนัดก่อนรวมสี่รายเนื่องจาก ไทเรลล์ มาลาเซีย ได้เสียบแทน ลุค ชอว์ ในตำแหน่งแบ็คซ้าย ขณะที่ ราฟาแอล วาราน ได้ลงเล่นคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ โดยมี แอนโธนี่ อีแลงก้า ลงโลดแล่นทางกราบซ้ายเปิดทางให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สวมบทหน้าเป้า

สำหรับคู่กลางรับ คริสเตียน เอริคเซ่น ได้ทำหน้าที่ต่ออีกเกม แต่สลับมามี สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นคู่ขาแทน เฟร็ด ส่วน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งได้รับภาระกัปตันทีมลงบู๊ในตำแหน่งหน้าต่ำ

พร้อมกันนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังได้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าเฟรนช์แมนฟิตมากพอที่จะนั่งอยู่ในซุ้มข้างสนามอีกด้วย

ด้าน ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ บุกมาเยือนในระบบเก่ง 4-3-3 เช่นเดิม แต่หมุนนักเตะสามตำแหน่งจากเกมเสมอกับ คริสตัล พาเลซ 1-1 โดยส่ง โจ โกเมซ ลงเล่นเป็นกองหลังตัวกลางคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แทน แน็ต ฟิลลิปส์ ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กลับมาคุมแดนกลางแทน ฟาบินโญ่ ส่วน ดาร์วิน นูนเญซ ที่เริ่มติดโทษแบนสามเกมได้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ฟิตสมบูรณ์ลงบู๊แทน

2.ผีแดง นำก่อนไม่มีแพ้

เห็นได้ชัดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ตกันด้วยความกระตือรือร้น และเล่นกันได้อย่างน่าประทับจิตโดยกดดันแผงหลัง ลิเวอร์พูล ได้ดีกระทั่งสบโอกาสยิงนำก่อนจากความเหนือชั้น และเยือกเย็นของ เจดอน ซานโช่

กระทั่งเกมดำเนินไป การเพรสซิ่งของทีมเจ้าบ้านก็ค่อยๆหดหายหายไป และกลายเป็น หงส์แดง ที่กลับมาบุกกระหน่ำใส่ทีมคู่อริได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ผ่านพ้นครึ่งชั่วโมงซึ่งทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ครองบอลได้เบ็ดเสร็จแต่เพียงผู้เดียว และมีโอกาสทวงสกอร์คืนหลายหน

รวมแล้วหลังจบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ครองบอลได้เหนือกว่าแบบขาดลอยด้วยอัตราส่วน 70-30% และได้ยิง 6 ครั้ง แต่ไม่เข้ากรอบเลย ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ซัดเข้ากรอบ 1 ตุงและเป็นประตูจากการง้างไกรวมทั้งสิ้น 5 ครั้งซึ่งถือว่าทีมเจ้าบ้านรอดพ้นจากการเสียประตูไปแบบน่าเสียวไส้เนื่องจากแผงหลังเล่นกันได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น

ขณะเดียวกัน มีการตีแผ่ออกมาว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานที่ดีในเกม พรีเมียร์ลีก เนื่องจากหากพวกเขานำหน้าฝ่ายตรงข้ามก่อน และรักษาสกอร์นำได้สำเร็จหลังจบ 45 นาทีแรก พวกเขาก็ไม่เคยพ่ายแพ้เลยจากการลงเล่นมาแล้วก่อนหน้านี้ 117 นัดโดยเป็นฝ่ายกำชัยได้ 100 นัด และเสมอ 17 นัด

3.ปัญหาใหญ่ของ หงส์แดง

ในทางกลับกัน เร้ด แมชีน เพิ่มสถิติที่ไม่สู้ดีเอาซะเลยเนื่องจากเป็นอีกเกมแล้วที่พวกเขาเป็นฝ่ายโดนคู่แข่งสอยตาข่ายเข้าให้ก่อน

หลังจาก เจดอน ซานโช่ สอยตาข่ายได้สำเร็จก็นับเป็นเกมที่เก้าแล้วจากสิบนัดหลังในทุกรายการที่มีความหมายโดยไม่นับรวมศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ เร้ด แมชีน เป็นฝ่ายโดนคลำเป้าก่อน

และถ้าจะนับเฉพาะเกมใน พรีเมียร์ลีก ก็เป็นเกมที่เจ็ดติดต่อกันแล้วที่ เร้ด แมชีน ตกเป็นฝ่ายตามหลัง (ชนะสาม เสมอสาม) ซึ่งคล้ายกับเป็นการยืนยันว่าพวกเขาเป็นทีมที่เครื่องร้อนช้า และต้องเหนื่อยหนักกับการพยายามยิงประตูเพิ่มมากเป็นเท่าตัวต่อการกำชัยชนะ ผิดกับก่อนหน้านี้ที่ทีมของ คล็อปป์ ได้ชื่อว่าเป็นเสือปืนไวที่มักพังประตูฝ่ายตรงข้ามได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกมก่อนเสมอ และมันทำให้พวกเขาปิดจ็อบได้อย่างสบาย พร้อมทั้งเก็บสามแต้มเต็มได้อย่างไม่ลำบาก

ยิ่งไปกว่านั้น ลิเวอร์พูล ไม่ชนะศึก พรีเมียร์ลีก สามเกมแรกของซีซั่นเป็นครั้งแรกด้วยนับตั้งแต่ยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในซีซั่น 2012/13

ด้าน คล็อปป์ ปราชัยให้กับนายใหญ่ ผีแดง เมื่อนับรวมในทุกรายการเป็นหนที่สี่แล้วไล่ตั้งแต่ หลุยส์ ฟาน กัล (ม.ค.2016) , โชเซ่ มูรินโญ่ (มี.ค.2018) , โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (ม.ค.2021)ก่อนจะมาถึงคิวของ เทน ฮาก

4.แรชฟอร์ด กลับมาแล้ว?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประตูที่สองของ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงต้นครึ่งหลังจากฝีเท้าของ มาร์คัส แรชฟอร์ด มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายได้เฮในเกมแดงเดือด

แม้ท้ายเกม ลิเวอร์พูล จะซัดตีไข่แตกได้จากประตูของ โม ซาลาห์ แต่นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วยกันเล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะแผงหลังซึ่งระเบิดฟอร์มที่แข็งแกร่งออกมาได้แทบทุกชีวิต

ต่อประตูที่ถือเป็นการหักปีก หงส์แดง ได้อย่างเด็ดขาดของดาวยิงผิวสีทำให้เขาสอยตาข่ายคู่ปรับหมายเลขหนึ่งเพิ่มได้เป็นประตูที่ 5 แล้วจากการลงเล่นเกมแดงเดือด พรีเมียร์ลีก 11 นัด

ฉะนั้นแล้ว แรชฟอร์ด จึงเป็นรอง เวย์น รูนีย์ แค่คนเดียวในฐานะดาวเตะทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยิงประตู ลิเวอร์พูล ได้มากที่สุดในเกม พรีเมียร์ลีก เนื่องจากอดีตสตาร์ทีมชาติ อังกฤษ เช็คบิลได้ 6 ประตู ขณะที่ทั้งห้าประตูของ แรชฟอร์ด เกิดขึ้นใน โรงละครแห่งความฝัน ทั้งสิ้น

ขณะเดียวกัน แรชฟอร์ด ยังหยุดสถิติเท้าบอดพังประตูให้ต้นสังกัดไม่ได้เลยในทุกรายการเอาไว้ที่ 997 นาทีด้วยโดยหนสุดท้ายที่เขาส่งบอลเข้าประตูได้เป็นเกมปะทะกับ เวสต์แฮม เมื่อเดือนม.ค.

อย่างไรเสีย สุดท้ายแล้วหลังจบ 90 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีเปอร์เซนต์การครองบอลเป็นรอง ลิเวอร์พูล เท่าเดิมเป๊ะในสัดส่วน 70-30% และได้ง้างยิงน้อยกว่าทีมเยือน 17-12 ครั้ง ส่งบอลเข้ากรอบน้อยกว่า 5-4 ครั้ง แต่รวมแล้ว ผีแดง เป็นฝ่ายซิวชัย

5.ซาลาห์ เลิฟ แมนยู

ในที่สุด โม ซาลาห์ กองหน้า ลิเวอร์พูล หาโอกาสสอยตาข่าย แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อีกตามเคยในช่วงท้ายเกมซึ่งทำให้ทีมเยือนมีลุ้นหวังแบ่งแต้มออกไป

ต่อประตูดังกล่าวของ “บังโม” ทำให้เขาเป็นขุนพล เร้ด แมชีน ที่ยิงประตูในเกมแดงเดือดได้มากที่สุดรวมทุกรายการเป็น 10 ประตูแซงนำ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เจ้าของสถิติร่วมที่คลำเป้าได้เท่ากันที่ 9 ประตู

หากแต่น่าเสียดายก็ตรงที่การสร้างสถิติของ ซาลาห์ ไม่อาจช่วยอะไรทีมได้มากนักเนื่องจากลงเอยแล้ว ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายปราชัย แถมยังทำให้พวกเขาควานหาชัยชนะไม่เจอเลยในซีซั่นนี้หลังจากออกสตาร์ตมาได้สามเกมแล้วซึ่งเป็นความปราชัยในเกม พรีเมียร์ลีก นัดแรกของทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์นับตั้งแต่เดือนธ.ค.เป็นต้นมาอีกด้วย (ออกไปแพ้ เลสเตอร์ 1-0)

Source: https://www.siamsport.co.th

Related Posts

คุณภาพคับแก้ว แฟนบอลญี่ปุ่น ชื่นชม 2 แข้งทีมชาติไทย เชื่อช้างศึกมีลุ้นไปบอลโลกเร็วเกินคาด

แฟนบอลชาวญี่ปุ่น เอ่ยปากชื่นชม 2 นักเตะทีมชาติไทย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ช้างศึก มีโอกาสไปลุยฟุตบอลโลกเร็วกว่าที่คิด เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 65 ฮิโร โกบายาชิ แฟนบอลชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาชมฟุตบอลโลก 2022 นัดประเดิมสนาม พบ ทีมชาติเยอรมนี โดยเจ้าตัวพกเสื้อทีมชาติไทย และ 2 สโมสรในไทย ทั้ง เชียงราย ยูไนเต็ด กับ เชียงใหม่…

หงส์สะดุ้ง!!ดิอาซ ฝันอยากไปค้าแข้งที่สเปน

หลุยส์ ดิอาซ ปีกตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า ความฝันของเขาคือการได้ไปเล่นฟุตบอลที่ลาลีก้า ประเทศสเปน แต่ยังทิ้งท้าย ตอนนี้ขอทำให้ดีที่สุดกับ “หงส์แดง” ก่อน หลุยส์ ดิอาซ ปีกชาวโคลัมเบียของทีม ลิเวอร์พูล ทำให้แฟนบอล “หงส์แดง” ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อตัวเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า ความฝันของเขาคือการได้ไปเล่นฟุตบอลที่ประเทศสเปน ดาวเตะวัย 25 ปี ให้สัมภาษณ์กับ SoHo สื่อบ้านเกิดว่า “ผมมีความฝันว่าอยากจะเล่นฟุตบอลให้สโมสรจากสเปน…

“เดอ ยอง” เผย โดนแรงงานข้ามชาติใน “ฟุตบอลโลก 2022” เป่าหูชวนย้ายซบ “ลิเวอร์พูล”

แฟรงกี เดอ ยอง มิดฟิลด์สายเลือดดัตช์ของ บาร์เซโลนา โดนแรงงานข้ามชาติใน “ฟุตบอลโลก 2022” เป่าหูชวนย้ายซบ “ลิเวอร์พูล” วันที่ 18 พ.ย. 65 ความเคลื่อนไหวก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายที่ กาตาร์ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน-18 ธันวาคมนี้ ซึ่ง ทีมชาติเซเนกัล จะประเดิมสนามนัดแรกพบ เนเธอร์แลนด์ ในวันที่…

มีคาแรกเตอร์ “โตโน่” เผยทีมเชียร์ในฟุตบอลโลก 2022 เพราะใจสู้ แถม เสื้อสวยทุกปี

“โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ เผยตนเชียร์ทีมชาติเม็กซิโก ในฟุตบอลโลก 2022 พร้อมสาเหตุหลัก แถมบอกเสื้อสวยทุกปีอีกด้วย วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ฟุตบอลโลก 2022 แข่งขันกันต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการฟาดแข้งรอบแบ่งกลุ่ม มีการพลิกล็อกกันอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น ซาอุดีอาระเบีย ชนะ อาร์เจนตินา 2-1 หรือ ญี่ปุ่น ชนะ เยอรมนี 2-1…

ไม่ปล่อยไว้นาน “อิชิอิ” สยบข่าวลือย้ายหนี “บุรีรัมย์” หลังจบฤดูกาล 2022-23

มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นของ “บุรีรัมย์” สยบข่าวลือโบกมือลา “ปราสาทสายฟ้า” หลังจบฤดูกาล 2022-23 วันที่ 24 พ.ย. 54 หลังจากมีข่าวลือบนสื่อโชเชียลมีเดียว่า มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตรียมโบกมือลาทีมหลังจบ ฤดูกาล 2022-23 ล่าสุด มาซาทาดะ อิชิอิ ออกมาสยบข่าวลือผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยระบุว่า “ผมยังมีสัญญากับทีมอีกหลายปี…

แมนยูฯ ลิเวอร์พูล เสนอขายพร้อมกัน ซื้อทีมไหนดี?

เมื่อเจ้าของสโมสรฟุตบอลที่ได้รับการจัดอันดับจาก “ฟอร์บส์” (Forbes) ให้มีความมั่งคั่งในลำดับที่ 3 (“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” Manchester united) และ ลำดับ 4 (“ลิเวอร์พูล” Liverpool) ของโลกประจำปี 2022 ประกาศนำสโมสรออกเร่ขายในเวลาไล่เลี่ยกัน คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาทันทีหลังการประกาศขายครั้งนี้ คือ 2 สโมสรอันเกริกเกียรติและมีฐานแฟนบอลที่ให้การสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นทั่วโลก “ควรมีราคาขายอยู่ที่เท่าไหร่?” ณ ปี 2022 แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น “เรา”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *