คนอยุธยาผ่าน “เกาะเซนติเนลเหนือ” จริงหรือ? “สุนทรภู่” ได้ชื่อเกาะจากไหนใส่ “พระอภัยมณี”

(ซ้าย) ชาวเซนติเนล ในเกาะเซนติเนลเหนือ เล็งธนูมาที่เฮลิคอปเตอร์ของทางการอินเดีย เมื่อปี 2004 (ขวา) อนุสาวรีย์สุนทรภู่ จ.ระยอง

เรื่องราวของเกาะเซนติเนลเหนือในหมู่เกาะอันดามัน เป็นเรื่องที่คนทั่วโลกสนใจ และเมื่อสืบค้นข้อมูลในช่วงปลายอยุธยาก็พบว่ามีคณะสงฆ์จากสยามเดินทาง “ผ่าน” หมู่เกาะอันดามัน และหมู่เกาะนิโคบาร์ แต่ยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าผ่านเกาะเซนติเนลเหนือ ขณะที่ชื่อเสียงของชนพื้นเมืองในหมู่เกาะแถบนี้ก็นำมาสู่ชื่อเกาะใน “พระอภัยมณี” ของสุนทรภู่

ข่าวจอห์น อัลเลน เชา วัย 27 ปีจากรัฐอลาบาม่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกชนพื้นเมืองบนเกาะเซนติเนลเหนือสังหารได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก จากปากคำของชาวประมงที่พาหนุ่มรายนี้เข้าไปบนเกาะเซนติเนลเหนือ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อ่าวเบงกอลของอินเดีย และเป็นเกาะในหมู่เกาะอันดามัน จอห์น ถูกชนพื้นเมืองยิงด้วยธนูและนำร่างของหนุ่มแปลกหน้าจากโลกตะวันตกมาไว้บนชายหาด (อ่านเพิ่มเติม เปิดสังคม “ชาวเซนติเนล” ที่ยิงธนูใส่หนุ่มมะกัน ชนพื้นเมืองไม่ติดต่อโลกภายนอกนับหมื่นปี)

สำหรับข้อมูลเรื่องการเดินทางของชาวสยามที่ว่ากันว่าเคยพูดถึงการผ่านหมู่เกาะบริเวณนั้น ในหนังสือ “เรื่องประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป” (พระนิพนธ์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ) บันทึกเรื่องการเดินทางของคณะสงฆ์จากราชอาณาจักรสยามไปประดิษฐานสยามวงศ์ในลังกาเมื่อ พ.ศ. 2298 โดยต้องเดินทางอ้อมแหลมมลายูผ่านเมืองมะลักกา และมีบันทึกว่าต้องผ่านเกาะอันดามันกับเกาะนาควารี หรือนิโคบาร์ (Nicobar Islands) ซึ่งอยู่กลางทะเลอันดามัน

Nicobar Islands มีเกาะใหญ่น้อยจำนวนมากเรียงรายตามแนวเหนือใต้ มีหมู่เกาะใหญ่สำคัญ 2 หมู่ยาวต่อเนื่องกันคือ หมู่เกาะอันดามัน อยู่ตอนบน และหมู่เกาะนิโคบาร์ อยู่ตอนล่าง

สุจิตต์ วงษ์เทศ อธิบายในหนังสือ “อันดามัน สุวรรณภูมิ ในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์” ว่า ชื่อนิโคบาร์ (Nicobar) เพี้ยนมาจากชื่อ “นาควาระ” หมายถึงถิ่นนาค หรืองู หรือคนเปลือย เป็นชื่อเรียกที่เหยียดคนพื้นเมืองลงเป็นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นสถานที่สำคัญและเป็นที่รู้จักในหมู่คนเดินเรืออย่างกว้างขวาง เนื่องจากสมุดภาพไตรภูมิที่ทำขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งเขียนแผนที่โบราณระบุเมืองท่าชายฝั่งจนถึงลักกา ต้องมีชื่อและภาพนาควารีเกาะคนเปลือยทุกฉบับ

หนังสือ “เรื่องประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป” เล่าเรื่องเกาะนาควารีว่า “ในเกาะนั้นมีคนอยู่เป็นอันมาก แต่ว่าหามีข้าวกิน หามีผ้านุ่งห่มไม่ ผู้หญิงนั้นนุ่งเปลือกไม้แต่พอปิดที่อายหน่อยหนึ่ง ผู้ชายนั้นเอาเชือกคาดเอวแล้วเอาผ้าเตี่ยวเท่าฝ่ามือห่อที่ความอายไว้”

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ยังส่งพระสงฆ์ไปลังกาอีกเมื่อ พ.ศ. 2357 พระสงฆ์อาศัยเรือค้าช้างของพ่อค้าลงเรือที่ควนธานี เมืองตรัง ผ่านเกาะยาวหน้าเกาะถลาง แล้วไปเกาะนาควารีใช้เวลา 6 วัน มีบันทึกไว้ว่า

“แลเกาะนาควารีย์นั้น ผู้คนอยู่เป็นอันมาก คนเหล่านั้นไม่กินข้าว กินแต่เผือกมันแลหมากพร้าว ครั้นเห็นเรือเข้าไปใกล้เกาะแล้ว ก็เอาเผือกมันหมากพร้าวกล้วยอ้อยลงมาแลกยา”

บันทึกของพระสงฆ์ที่ไปลังกายังบันทึกถึงคำบอกเล่าเกี่ยวกับคนบนหมู่เกาะอันดามันว่า

“คนในเกาะนั้นกินคน ถ้าแลเรือซัดเข้าไปเถิ่งที่นั้นแล้ว มันช่วยกันไล่ยิงด้วยหน้าไม้ จับตัวได้เชือดเนื้อกินเป็นอาหาร อันนี้เป็นคำบอกเล่าหลายปากแล้ว ก็เห็นจะมีจริง แต่มิได้เห็นด้วยจักษุ”

สุจิตต์ วงษ์เทศ อธิบายว่า สุนทรภู่ที่มีความรู้เกี่ยวกับสถานที่จากประสบการณ์นอกระบบ คือสนทนาหาความรู้จากบรรดาประชาชาติต่างๆ และกะลาสีเรือที่เข้ามาค้าขายกับกรุงสยามในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 3 รวมถึงเอกสารต่างๆ มีแนวโน้มได้ยินเรื่องมนุษย์กินคนอยู่ตามหมู่เกาะจากคำบอกเล่าของชาวเรือ จึงสร้างตัวละครชื่อ “เจ้าละมาน” แม้จะไม่ได้กินคนแต่ก็กินของสดๆ คาวๆ เจ้าละมานนี้ “กาญจนาคพันธุ์” ว่า หมายถึงเจ้าแห่งเกาะละมาน หรือสุละมาน นั่นคือเกาะนิโคบาร์หรือนาควารี ซึ่งข้อมูลตรงกันกับบันทึกของพระสงฆ์ที่พบชาวเกาะนาควารี

เทียบข้อมูลปัจจุบัน (ภาพจาก Google Map, 2018) กับ “ภูมิศาสตร์สุนทรภู่” ที่จินตนาการใช้ทะเลอันดามันเป็นฉากสมมติเรื่องพระอภัยมณี [เสนอโดย “กาญจนาคพันธุ์” (ขุนวิจิตรมาตรา) เป็นท่านแรก ตั้งแต่ พ.ศ. 2490]

แผนที่แสดงฉากและบ้านเมืองต่างๆ ในพระอภัยมณีอยู่ทางทะเลอันดามัน ปรับปรุงใหม่จากข้อเสนอของ “กาญจนาคพันธุ์” (ขุนวิจิตรมาตรา) เป็นท่านแรก ตั้งแต่ พ.ศ. 2490

ส่วนในเรื่องพระอภัยมณี เมื่อท้าวสิลราชเจ้าเมืองผลึกพาลูกสาวชื่อสุวรรณมาลีไปเที่ยวทะเลแล้วถูกพายุไม่รู้อนาคต จึงตั้งพิธีเซ่นผีปู่เจ้าเพื่อถามทางแล้วจะต้องกลับเมืองทางไหน ปู่เจ้าบอกว่าอยู่ในทะเลชื่อ “นาควารินทร์สินธุ์สมุทร” แนะนำให้ไปทางทิศอิสาน ซึ่งก็ทำให้ได้พบพระฤาษี เกาะแก้วพิศดาร พบพระอภัยมณีกับสินสมุทร และอีกมากมายรอบทะเล “นาควารินทร์สินธุ์สมุทร”

ชื่อทะเล “นาควารินทร์สินธุ์สมุทร” ที่สุนทรภู่เขียนนี้ สุจิตต์ วงษ์เทศ อธิบายว่า ได้มาจากเกาะนาควารีหรือ Nicobar Islands ในสมุดภาพไตรภูมิ แล้วสมมติให้ทะเลแห่งนี้กว้างไกล จึงอาจหมายถึงทะเลอันดามัน-อ่าวเบงกอล-และมหาสมุทรอินเดียทั้งหมดก็ได้

จากข้อมูลที่อ้างอิงมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า การเดินทางในสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ระบุถึงเกาะอันดามันกับเกาะนิโคบาร์ ซึ่งมีเกาะน้อยใหญ่จำนวนมาก ซึ่งในละแวกนั้นก็มีเกาะเซนติเนลเหนือที่เป็นถิ่นของชนพื้นเมืองอย่าง “ชาวเซนติเนล” อยู่ แต่จะ “ผ่าน” เกาะเซนติเนลเหนือโดยตรงหรือไม่ เฉียดในระยะแค่ไหนนั้นยังต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

 

อ้างอิง:

สุจิตต์ วงษ์เทศ. อันดามัน สุวรรณภูมิ ในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2548

Source: https://www.silpa-mag.com/history/article_23557

Related Posts

“ระบบการศึกษา” เครื่องมือผนวก “ล้านนา” ให้กลายเป็นไทยในสมัยรัชกาลที่ 6

เด็กนักเรียนโรงเรียนประชาบาลเมืองเชียงแสน พ.ศ. 2466 (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ) ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ในสยามกำเนิดรัฐแบบใหม่ที่บริหารงานแบบรวมศูนย์ ทำให้จำเป็นต้องสลายอำนาจท้องถิ่นเพื่อดึงทรัพยากรและผู้คนมาเป็นของรัฐบาลส่วนกลาง สำหรับกรณีของล้านนา สยามเลือกใช้วิธีของเข้าอาณานิคมผสมผสานกับธรรมเนียมของรัฐจารีต หากยังขาดจิตสำนึกร่วมชาติ รัชกาลที่ 6 จึงทรงใช้ “การศึกษา” เป็นเครื่องมือในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ ผศ.ดร. เนื้ออ่อน ขรัวทองเขียว ได้ค้นคว้าและเรียบเรียงไว้ ใน “เปิดแผนยึดล้านนา” ในที่นี้ขอคัดย่อเพียงส่วนเกี่ยวกับการมานำเสนอพอสังเขปดังนี้ ครั้งนั้นรัฐบาลสยามเร่งจัดตั้งโรงเรียนตัวอย่างในท้องถิ่น ได้แก่ โรงเรียนหลวงที่รัฐบาลกลางจัดตั้งและอุดหนุน, โรงเรียนประชาบาล ที่เจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่, ราษฎร และพระสงฆ์ร่วมมือกัน และโรงเรียนราษฎร ที่จัดตั้งโดยเอกชน นอกจากนี้ยังมีการออกกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา…

โรงเรียนทหารบกโอกาสของ “สามัญชน” และสถานที่สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

“โรงเรียนทหารสราญรมย์” ที่ภายหลังเปลี่ยนเป็น “โรงเรียนทหารบก” (ภาพจากหนังสือ 2475:เส้นทางคนแพ้) แม้จะมีการวางรากฐานให้กับการผลิตนายทหารตามหลักสูตรสมัยใหม่ด้วยการจัดตั้ง “โรงเรียนทหารสราญรมย์” มาตั้งแต่ พ.ศ. 2430 แต่การรับเข้าเป็น “คะเด็ด” ก็จำกัดเฉพาะพระบรมวงศานุวงศ์ และบุตรนายทหารชั้นสัญญาบัตรเท่านั้น แต่เนื่องจากความจำเป็นที่ต้องขยายกิจการทหารให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของบ้านเมืองโดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ “ร.ศ.112” ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2437 ที่เป็นการคุกคามจากฝรั่งเศส และลัทธิล่าอาณานิคมของประเทศตะวันตก ทางราชการจึงต้องการนายทหารเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากให้ได้ส่วนสัมพันธ์กับขนาดของกองทัพที่ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พ.ศ. 2440 จึงมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง “โรงเรียนทหารสราญรมย์” โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนสอนวิชาทหารบก” และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “โรงเรียนทหารบก” เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441…

ทหารญี่ปุ่นตบหน้าพระไทย สู่วิกฤตการณ์บ้านโป่ง 18 ธ.ค. 2485

ภาพประกอบเนื้อหา – ทหารญี่ปุ่นเรียงแถวปลดอาวุธต่อหน้านายทหารโซเวียต ช่วงกองทัพรัสเซียเข้าปลดปล่อยแมนจูเรียจากญี่ปุ่น ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพถ่ายเมื่อ ส.ค. 1945 (ภาพจาก AFP) เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2485 พระเพิ่ม สิริพิบูล (เอกสารบางรายการระบุว่าเป็นเณร) จากวัดห้วยกระบอก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เดินทางไปนมัสการเจ้าอาวาสวัดดอนตูม ให้ทานบุหรี่แก่เชลยศึกฝรั่ง ทหารญี่ปุ่นเห็นเข้าเกิดความโกรธและได้เข้าไปตบหน้าพระเพิ่มจนล้มลงกับพื้น ต่อมามีผู้หามพระเพิ่มไปที่ร้านขายยาวัดดอนตูม เมื่อปฐมพยาบาล กรรมกรสร้างรางรถไฟสายมรณะที่อาศัยอยูในวัดจึงสอบถามเหตุ เมื่อได้ทราบเรื่องจากพระเพิ่มก็แสดงความไม่พอใจ ต่อมาในค่ำคืนนั้นก็เกิดการปะทะกันขึ้น ทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งถือไม้กระบองเข้ามาในวัดดอนตูม…

โอรสแห่งสวรรค์ ไยจึงมีชีวิตที่แสนสั้น? เมื่อจักพรรดิ “จีน” ดื่มยาอายุวัฒนะ แต่ยิ่งตายไว!

ภาพประกอบเนื้อหา – ภาพเขียน เง็กเซียนฮ่องเต้ (Jade Emperor) ในจินตนาการ ภาพจาก Daoist deity: Jade Emperor. Boston: Museum of Fine Arts สิทธิใช้งาน public domain ว่านซุ่ย…ว่านซุ่ย…ว่านว่านซุ่ย (万岁 万岁 万万岁) หรือที่นักพากย์ละครจีนภาพยนต์จีนแนวพีเรียดมักพากย์โดยแปลเป็นภาษาไทยว่า “ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี” คำกล่าวนี้คือคำกล่าวที่บรรดาขุนนางวางน้ำ ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน…

ปริศนาเจ้าแม่วัดดุสิต ต้นราชวงศ์จักรี “เจ้า” หรือ “สามัญชน”???

พระบรมรูปพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ประดิษฐานภายในปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระราชวงศ์จักรีเป็นพระราชวงศ์ที่มีอายุยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ ทั้งพระราชพงศาวดารและตำราประวัติศาสตร์ มีให้ศึกษาประวัติโดยละเอียดจำนวนมาก โดยเฉพาะพระบรมเดชานุภาพ พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ แต่หากสังเกตอย่างดีก็จะพบว่าในบรรดาประวัติพระราชวงศ์หรือพระราชประวัติพระมหากษัตริย์ เรายังขาดแคลนข้อมูลที่กล่าวถึงบางช่วงบางตอน เช่นในภาคปฐมวัยแห่งพระมหากษัตริย์บางพระองค์ เท่ากับว่าเรายังขาดความรู้เรื่อง “วัยเด็ก” ของพระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะพระองค์ก่อนรัชกาลที่ ๕ ขึ้นไป ทั้งนี้เป็นเพราะการจดพงศาวดารในยุคก่อนได้เว้นที่จะกล่าวถึงพระราชประวัติก่อนเสวยราชย์ จะด้วยธรรมเนียมหรือด้วยเหตุไม่บังควรอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม ทำให้ประวัติศาสตร์ในช่วงดังกล่าวเป็นแต่เพียงภาพรางๆ ไม่แจ่มชัดเท่าที่ควร พระราชพงศาวดารจึงเป็นแต่เพียงเนื้อเรื่องที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ “เปิดเผย” ได้ แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านั้นจำเป็นต้องคัดกรองเพื่อการเปิดเผยจริงๆ เหตุเพราะว่าการจดพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์นั้นเกิดขึ้นร่วมสมัยกับการเกิด “การพิมพ์”…

ภาพเขียนสีที่เพิงผา “ตอแล” ภูเขายะลา ถึงภาพใน “ถ้ำศิลปะ” กับข้อมูลเมื่อแรกเริ่มค้นพบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *